เวอร์ชันเต็ม: [-- ตัวอย่างแนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ --]

แนวข้อสอบรับราชการ ก.พ. อบต. ครูผู้ช่วย ตำรวจนายร้อย ธกส. กศน. ทหาร หน่วยงานต่างๆ -> แนวข้อสอบวิชาคอมพิวเตอร์ กฎหมาย พรบ.ต่างๆ -> ตัวอย่างแนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

admin 2013-03-04 15:28

ตัวอย่างแนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามบทบัญญัติใน รัฐธรรมนูญ พ.. 2540 มาตราใด

. 29

. 40

. 50

. 81

2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติจัดเป็น

กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา

แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ

การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย

3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับแรก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด

. 19 สิงหาคม 2542

. 20 สิงหาคม 2542

. 19 ธันวาคม 2545

. 20 ธันวาคม 2545

4. วัตถุประสงค์ของการจัดทำ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม

ปฏิรูปการศึกษาของไทย

พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายจิตใจ

พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

5. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ

แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ

แผนการศึกษาแห่งชาติ

แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

 

6. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องคำว่าการศึกษา

การถ่ายทอดความรู้

การฝึกอบรม

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

การสืบสานทางวัฒนธรรม

7. ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา

สถานศึกษา คือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถม ถึงระดับก่อนอุดมศึกษา

มาตรฐานการศึกษา เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ และ

มาตรฐานที่ต้องการให้เกิดในสถานศึกษาทุกแห่ง

กระทรวง หมายความว่ากระทรวงศึกษาธิการ

8. ตำแหน่งข้าราชการครูตามข้อใดที่สังกัดต่างหน่วยงาน

ครู

คณาจารย์

ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารการศึกษา

9. ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม

ปฏิรูปการศึกษาของไทย

พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ

พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

10. ข้อใดไม่ใช่หลักการพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542

เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน

เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน

ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

11. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ

ปลูกฝังจิตสำนึกการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์

เป็นประมุข

รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพเคารพกฎหมาย

รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ

กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น

12. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา

กระจายอำนาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด

กำหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ

มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา

ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา

13. คำว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลายในการปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด

ส่วนกลางกำหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกำหนดแนวทางปฏิบัติ

กระทรวงกำหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหาร

จัดการด้วยตนเอง

มีนโยบายเดียวกัน การปฏิบัติหลากหลายวิธี

ถูกทุกข้อ

14. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่กล่าวถึงสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

บุคคล

เอกชน

องค์กรปกครองท้องถิ่น

ครู อาจารย์

15. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดามารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา

การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู

การยกเว้นเงินภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล

การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล

16. จุดที่ต่างกันของการศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่สำคัญคือข้อใด

ระยะเวลาที่จัดการศึกษา

สถานที่จัดการศึกษา

ตัวผู้เข้ารับการศึกษา

จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร

17. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย

สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย

ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส

จัดการเรียนรู้ได้ในทุกที่ ทุกเวลา

ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ได้

 

18. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาสำหรับปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โรงเรียน

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ศูนย์พัฒนาชุมชน

ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา

19. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา

ด้านวิชาการ

งบประมาณ

หลักสูตรการสอน

การบริหารทั่วไป

20. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผู้แทนครู

ผู้แทนองค์กรเอกชน

ผู้แทนศิษย์เก่า

ผู้แทนคุณวุฒิ

21. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาระดับใด

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

การศึกษาอุดมศึกษา

การศึกษานอกโรงเรียน

ทุกระดับ

22. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในได้แก่

สถานศึกษาเท่านั้น

สถานศึกษาและเขตพื้นที่

สถานศึกษา เขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สถานศึกษา เขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

23. ข้อใดไม่ถูกต้อง

ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรกใน 5 ปี

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษามีฐานะเป็นองค์กรมหาชน

การประเมินผลคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา

เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน

 

 

24. หลักการจัดการศึกษาข้อใด ไม่สอดคล้องกับสาระตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้พัฒนาตนเองได้

ครูต้องมีจิตสำนึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ

ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด

ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ

25. ข้อใดสำคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ

สอดคล้องความต้องการชุมชน

คำนึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น

เหมาะสมกับความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

26. การจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ในหลักสูตรวิธีการ การประเมินผลและจุดมุ่งหมาย

การศึกษาในระบบ

การศึกษานอกระบบ

การศึกษาตามอัธยาศัย

การศึกษาเฉพาะทาง

27. ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา

ผู้สอน หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ

กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษา

ครู หมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและ

ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน

28. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542

เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน

ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาอารมณ์ และสังคม

29. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ไม่ได้กำหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน

มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ

 

30. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง

มีเอกภาพด้านนโยบายหลากหลายในการปฏิบัติ

มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา

ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา

ถูกทุกข้อ




admin 2013-03-04 15:28
แนวข้อสอบ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

และแก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่  2)  พ.ศ. 2545



1.  พรบ.  การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  ให้ไว้เป็นปีที่เท่าใดในรัชกาลปัจจุบัน

          ก.  ปีที่  52     ข.  ปีที่  54    ค.  ปีที่  53    ง.  ปีที่  55

2.  พรบ.  การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.  2542  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันใด

          ก.  14  สิงหาคม  2542                 ข.  19  สิงหาคม  2542

          ค.  20  สิงหาคม  2542                 ง.  22  สิงหาคม  2542

3.  ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

          ก.  การศึกษา  กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล

          ข.  การศึกษาขั้นพื้นฐาน  คือ  การจัดการศึกษาภาคบังคับ  9  ปี

          ค.  ผู้สอน  คือ  ครูและคณาจารย์

          ง.  ครู  คือ  บุคลากรวิชาชีพที่ทำหน้าที่หลักด้านการสอน

4.  ข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก.  มาตรฐานการศึกษา  คือ  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์

               และมาตรฐานที่ต้องการ

ข.     การประกันคุณภาพภายใน  ดำเนินการโดย สมศ.

ค.     สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  คือ  สถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับ

ง.      สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาเป็นองค์กรมหาชน

5.  ข้อใดกล่าวถูกต้อง

          ก.  หลักการและความมุ่งหมาย         ข.  ความมุ่งหมายและหลักการจัดการ

          ค.  ความมุ่งหมายและหลักการ         ง.  หลักการและจุดมุ่งหมาย

6.  การจัดการศึกษาตามมาตรา  8    ข้อใดไมใช่

          ก.  เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน

          ข.ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

          ค.  การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

          ง.  การเรียนรู้มุ่งปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง

7.  การจัดระบบ  โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา ยึดหลักกี่ด้าน

          ก.  4  ด้าน     ข.  3  ด้าน     ค.  5  ด้าน     ง.  6  ด้าน



8.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการกระจายอำนาจตามมาตร  9

          ก.  กระจายอำนาจจากกระทรวง  ไปสู่  สพฐ.

          ข.  กระจายอำนาจจาก สพฐ.  ไปสู่ สพท.

          ค.  กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่สถานศึกษา และ  อปท.

          ง.  กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่ และสถานศึกษาโดยตรง

9.  การจัดการศึกษาตามมาตรา  10  รัฐจัดแก่ผู้มีสิทธิอย่างไร

          ก. จัดอย่างถูกต้องทั่วถึงและมีคุณภาพ

          ข.  จัดอย่างถูกต้องทั่วถึงและมีคุณภาพ  โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

          ค.  จัดอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ  โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

          ง.  จัดอย่างมีคุณภาพ  ถูกต้อง  ไม่เก็บค่าใช้จ่าย

10.  บุคคลที่มีความบกพร่องให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไร

          ก.  จัดให้เป็นพิเศษ              ข.  จัดให้อย่างทั่วถึงมีคุณภาพ

          ค.  จัดให้ฟรีและมีคุณภาพ     ง.  เหมือนคนปกติ

11.  ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับสิทธิและโอกาสทางการศึกษาคนพิการ

          ก.  จัดให้ตั้งแต่ก่อนเกิดหรือพบความพิการ

          ข.  จัดให้ตั้งแต่เข้าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตาม ม. 17

          ค.  จัดให้เมื่อเด็กสามารถดูแลตัวเองได้

          ง.  จัดให้ตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ

12.  การศึกษาตามข้อใดคือหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ปกครอง

          ก.  การศึกษาภาคบังคับ                 ข.  การศึกษาปฐมวัย

          ง.  การศึกษาขั้นพื้นฐาน                 ง.  การศึกษาระดับอุดมศึกษา

13.  ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องกรณีบิดา  มารดา  ผู้ปกครอง  จัดการศึกษาตามมาตร  12  และ  13

          ก.  ได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจัดการศึกษาภาคบังคับ

          ข.  รัฐสนับสนุนให้มีความรู้ในการอบรมเลี้ยงดูและการศึกษา

          ค.  ได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          ง.  ได้รับการลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษีในส่วนการจัดการศึกษา

14.  การศึกษามีกี่รูปแบบ

          ก.  2  รูปแบบ                     ข.  3  รูปแบบ

          ค.  4  รูปแบบ                    ง.  5  รูปแบบ

15.  “มีจุดมุ่งหมาย  เงื่อนไข  ความสำเร็จที่ยืดหยุ่น”  หมายถึง

          ก.  การศึกษาในระบบ           ข.  การศึกษานอกระบบ

          ค.  การศึกษาตามอัธยาศัย              ง.  การศึกษาคนพิการ



16.  สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้กี่รูปแบบ

          ก.  2  รูปแบบ                     ข.  3  รูปแบบ

          ค.  4  รูปแบบ                    ง.  5  รูปแบบ

17.  การศึกษามีกี่ระดับ

          ก.  1  ระดับ                       ข.  4  ระดับ

          ค.  2  ระดับ                       ง.  3  ระดับ

18.  ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา

          ก. ต่ำกว่าปริญญาตรี            ข.  ต่ำกว่าปริญญา

          ค.  ปริญญา                       ง.  สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน

19.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาภาคบังคับ

          ก.  อายุอย่างเข้าปีที่  6  จนถึงย่างเข้าปีที่  17

          ข.  อายุย่างเข้าปีที่  7  จนถึงย่างเข้าปีที่  16

          ค.  อายุย่างเข้าปีที่  6  จนถึงย่างเข้าปีที่  16

          ง.  อายุย่างเข้าปีที่  7  จนถึงย่างเข้าปีที่  15

20.  การจัดการศึกษาปฐมวัยจัดได้ในสถานศึกษาใด

          ก.  สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย    ข.  โรงเรียน

          ค.  ศูนย์การเรียน                          ง.  ถูกทุกข้อ

admin 2013-03-04 15:29
1. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 “การศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่าอย่างไร 
1. การศึกษาก่อนระดับปฐมวัย 2. การศึกษาก่อนระดับประถมศึกษา
3. การศึกษาก่อนระดับมัธยมศึกษา 4. 
âการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา 
2. การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง
1. การศึกษาในระบบและนอกระบบ
2. 
âการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 
3. การศึกษาในระบบ กึ่งระบบ และนอกระบบ
4. การศึกษาในระบบ กึ่งระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
3. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับแรกของประเทศไทย คือข้อใด
1. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2540
2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2541
â3. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 
4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2543
4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันประกาศใช้ในปี พ.ศ. ใด
â1. พ.ศ.2542  2. พ.ศ.2541 
3. พ.ศ.2535 4. พ.ศ.2521 
5. การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันจะยึดหลักใดเป็นสำคัญ
1. ความรู้คู่คุณธรรมและยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ 
3. 
âผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ 
4. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และยึดหลักความแตกต่างระหว่างบุคคล
6. การศึกษาตลอดชีวิต หมายถึงข้อใด
1. การศึกษาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
2. การศึกษาที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต 
3. การศึกษาเพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 
4. 
âการศึกษาเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 
7. ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับ E.Q. ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรพัฒนาให้แก่เด็กมากกว่า I.Q. คำว่า 
E.Q. นี้หมายถึงอะไร
1. ความสามารถในการที่จะวางแผน และจัดการแก้ปัญหาต่างๆ ได้สำเร็จ
2. ความสามารถในการจัดการ และพัฒนาชีวิตให้บรรจุเป้าหมายที่วางไว้ได้ 
3. ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และสติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ 
4. 
âความสามารถในการจัดการควบคุมอารมณ์ และพัฒนาอารมณ์ให้เป็นปกติสุข 
8. การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อย
กว่ากี่ปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
1. 6 ปี                       2. 9 ปี  
3. 12 ปี                          4. 
â 18 ปี
9. จากพระราชบัญญัติการศึกษา บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นข้อใด 
1. การสนับสนุนการจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตร
2. 
âเงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาทุกระดับของบุตรตามศักยภาพ  
3. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของบุตร
4. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
10.ข้อใดหมายถึงการศึกษาตลอดชีวิต 
1. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย 
âเพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 
2. การศึกษาที่เกิดขึ้นเองจากการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน 
3. การเรียนรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตในด้านต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
4. การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบใน
ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
11. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในปัจจุบันเป็นฉบับที่เท่าใด
 1.
â ฉบับที่ 1                        2.       ฉบับที่ 
3. ฉบับที่ 3                                      4. ฉบับที่ 4
12. ข้อใดไม่ใช้หลักการในการจัดการศึกษา 
1. 
âเป็นการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 
2. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน 
3. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
4. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
13. ข้อใดไม่ใช่ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทย 
1. ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และคุณธรรม 
2. มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต 
3. ให้คนไทยมีจิตสำนึกในความเป็นคนไทย 
âเป็นชาติไทย 
4. สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
14. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของการจัดการศึกษาในปัจจุบัน
1. การศึกษาในระบบ 2. การศึกษานอกระบบ 
3. การศึกษาตามอัธยาศัย                  4. 
âการศึกษาตามลำพัง 
15. เด็กชายเอก ทิ้งกระดาษที่โคนต้นไม้ในโรงเรียนอยู่เสมอ บางครั้งก็ทิ้งตามถนน ท่านมีความคิดเห็น
ตามข้อใดมากที่สุด
1. เอก น่าจะรู้ว่าต้องทิ้งขยะให้ถูกที่            
â2. ถ้าเราเป็นเอกเราจะแก้ไขนิสัยมักง่ายนี้  
3. ถ้าเอกเห็นคนอื่นทำบ้างก็คงไม่ชอบ              4. เอกควรสร้างนิสัยที่ดีโรงเรียนจะได้น่าอยู่ 
16. ระหว่างพักกลางวัน นางสาวอำพรนักเรียนชั้น ม.มาขอคำปรึกษากับครูลัดดา เพราะมีเรื่องสำคัญ
มากคือตนเองตั้งครรภ์ การกระทำของครูลัดดาข้อใดเหมาะสมที่สุด
1. พานักเรียนไปตรวจเพื่อจะได้ทราบผลที่แน่นอน และมาปรึกษากันหลายๆ ฝ่ายว่าจะช่วย
âอย่างไรดี 
2. รีบพานักเรียนไปทำแท้ง เพื่อจะไม่ให้ใครทราบได้ 
3. แจ้งผู้ปกครองทราบ แล้วประชุมปรึกษากันว่าควรจะทำอย่างไร
4. ไม่ปรึกษาครูคนอื่นก่อนดีกว่า แล้วพอไปหาครูฝ่ายปกครองเพื่อจะพักการเรียนไปดูแลครรภ์
17. เด็กหญิงปลา และเด็กหญิงไก่ กำลังลอกการบ้านเพื่อนคนหนึ่งอยู่ เด็กหญิงกลิ่นมาเห็นมาเห็นเข้า
พอดี ถ้าท่านเป็นเด็กหญิงกลิ่นจะทำอย่างไร 
1. 
âขอร้องให้ปลาและไก่หยุดลอกเพราะไม่เกิดประโยชน์ 
2. เตือนปลาและไก่ว่าจะทำให้ติดนิสัยไม่ดี 
3. นึกในใจว่า ถ้าเราทำไม่เสร็จก็คงลอกเช่นกัน 
4. เฉยๆ ไว้เพราะเราทำเสร็จแล้ว
18. ใหญ่ไม่ค่อยชอบต้น จึงมักพูดถึงต้นในทางไม่ดีเสมอ วันหนึ่งศักดิ์ได้ยินใหญ่ว่าต้นไม่เคยทำเวร
ประจำวันกับเพื่อนๆ เลยถ้าท่านเป็นศักดิ์ทานจะทำตามข้อใด
1. นำคำพูดของใหญ่ไปเล่าให้ต้นฟัง 
2. เฉยไว้เพราะรู้อยู่ว่าไม่เป็นความจริง 
3. พูดกับใหญ่ว่า 
âไม่ควรพูดให้ร้ายคนอื่นนะ  
4. พูดกับใหญ่ว่า คงเข้าในผิดแล้วละมั้ง
19. อ้อยไปโรงเรียนสายเพราะคุณแม่ไม่สบายจึงต้องช่วยทำงานบ้านหลายอย่าง ก้อยอยู่บ้านใกล้กันทราบ
เรื่องดี วันหนึ่งอ้อยไปไม่ทันทำเวร เพื่อจึงฟ้องครู ท่านคิดว่าก้อยควรจะทำอย่างไร
1. แนะนำให้อ้อยพูดเหตุผลกับครู 
2. เฉย เพราะไม่ใช่เรื่องของตน 
â3. พูดแทนอ้อยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถูกต้อง  
4. โต้แย้งแทนอ้อย เพื่อหวังลอกการบ้าน
20. ข้อใดเป็นข้อที่ครูควรปฏิบัติในการมองนักเรียน
1. มองนักเรียนโดยยึดความแตกต่างระหว่างบุคคล 
2. มองนักเรียนทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้เท่ากัน 
3. มองนักเรียนในฐานะทุกคนแตกต่างกันเพื่อที่จะจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับแต่ละคน 
â
4. มองนักเรียนทุกคนเท่าเทียมกันหมดทั้งสติปัญหาและความรู้พื้นฐาน
21. เมื่อจบ ม.พ่อแม่ต้องการให้นักเรียนเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่นักเรียนไม่ชอบและต้องการ
เรียนทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งตนเองมีความชอบและถนัดมากกว่า นักเรียนจะทำอย่างไร
1. ตามใจพ่อแม่ เลือกเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ 
2. บอกพ่อแม่ว่าถ้าไม่ให้เรียนศิลปกรรมศาสตร์ก็จะไม่เรียนต่อ 
3. บอกพ่อแม่ว่า 
âต้องการเรียนด้านศิลปกรรมศาสตร์และอธิบายเหตุผลให้ท่านเข้าใจ  
4. ตัดสินใจเลือกศิลปกรรมศาสตร์ยังไงก็ต้องเรียนให้ได้เพราะถนัดทางด้านนี้มากกว่า
22. เมื่อผลสอบเทอมปลายออกมา ปรากฏว่าผลสอบของท่านในหลายวิชานั้นได้คะแนนน้อยมาก 
ท่านคิดว่าควรจะแก้ไขอย่างไร

1. ไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมไม่เช่นนั้นคงได้คะแนนน้อยอีก 
2. 
âตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากขึ้นกว่าเดิมและถามครูเมื่อไม่เข้าใจ 
3. ไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมเพราะจะทำให้เราเข้าใจในบทเรียนได้ดีมากว่าเดิม 
4. ในการสอบครั้งต่อไปต้องขยันอ่อนหนังสือเตรียมสอบให้มากขึ้นกว่าเดิม 

23. สายใจมีนิสัยโอ้อวดคุยทับถมคนอื่นเสมอ ถ้าท่านต้องพูดกับสายใจท่านจะทำอย่างไร
1. พูดโอ้อวดเรื่องของเราบ้าง                         2. พูดถ่อมตัวเอง 
3. พูดยกย่องสายใจ                                        4. 
âปล่อยให้สายใจพูดโอ้อวดไป 
24. ในการทำงานกลุ่มทุกครั้งท่านพบว่าเพื่อนของท่านคนหนึ่งมักขอตัวไปธุระของตนเสมอ ไม่ค่อยมา
ช่วยเหลืองานเพื่อนคนอื่นๆ ก็เริ่มบ่นท่านคิดว่าควรแก้ปัญหานี้อย่างไร
1. ทำแทนเพื่อ เพราะเขาคงมีธุระสำคัญจริงๆ 
2. ปรึกษากับเพื่อนในกลุ่ม 
âแล้วมอบหมายงานบางส่วนให้เขารับผิดชอบ  
3. บอกกับเขาว่าควรให้ความสำคัญกับงานกลุ่มบ้าง เพื่อนๆ เริ่มไม่พอใจแล้ว 
4. ถ้าเขายังไม่ช่วยงานอีก งานกลุ่มครั้งต่อไปก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่วมกลุ่มด้วย
25. ในวงสนทนาท่านเป็นอย่างไร
1. ชอบแสดงความคิดเห็นตลอดเวลาเพื่อนๆ จะชอบฟัง 
2. เป็นผู้ฟังที่ดี ออกความเห็นบ้างเมื่อมีคนถาม 
3. เปิดโอกาสให้ผู้อื่นพูดบ้าง 
âและแสดงความคิดเห็นเมื่อมีโอกาส  
4. ให้เพื่อนพูดเยอะๆ เพราะพูดไม่เก่ง
26. ถ้าท่านเป็นครู วันหนึ่งท่านเห็นนักเรียน คน กำลังทะเลาะกันอยู่กลางสนาม ท่านควรทำอย่างไร
1. เฉยไว้ให้ครูเวรที่สนามจัดการไปเอง 
2. เดินไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและห้ามการทะเลาะกัน พร้อมทั้งถามเรื่องราวจากแต่ละฝ่าย 
3. เดินไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ห้ามนักเรียนให้หยุดทะเลาะหัน แล้วส่งทั้ง คนไปฝ่ายปกครองทันที 
4. เดินเข้าไปห้ามนักเรียนทั้ง คน แล้วถามเหตุผลของแต่ละฝ่าย 
âอบรมสั่งสอนแล้วห้ามทะเลาะกันอีก 
27. ถ้าท่านเป็นครู ขณะที่ท่านสอนในชั่วโมง เมื่อท่านตั้งคำถามแล้วนักเรียนคนหนึ่งที่ท่านเรียกชื่อให้
ตอบ ตอบคำถามผิด ท่านควรพูดอย่างไร
1. ยังไม่ถูก ตอบใหม่อีกทีซิ 
2. เป็นคำตอบที่ผิด ไม่เข้าใจที่ครูสอนเหรอคะ 
3. “น่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้นะลองคิดดูอีกทีซิคะ” 
âแล้วนักเรียนคนอื่นตอบบ้าง  
4. น่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้นะ ครูให้เวลาคิด นาที แล้วค่อยตอบ
28. ครูสมชายสังเกตเห็นว่าในปัจจุบันเด็กนักเรียนนิยมไปเรียนพิเศษกันมากขึ้น รวมทั้งวิชาของครู
สมชายด้วย ท่านคิดว่าครูสมชายควรทำอย่างไร
1. บอกเด็กว่าไม่ควรไปเรียนพิเศษเพราะเป็นการสิ้นเปลือง
2. บอกผู้บริหารโรงเรียนให้ทางโรงเรียนเปิดสอนพิเศษเด็กจะได้ไม่ต้องไปเรียนที่อื่น 
3. ปรับปรุงการสอนของตนเองใหม่ให้ดีที่สุด 
âเพื่อเด็กจะได้ไม่ไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม  
4. บอกนักเรียนว่าตนจะเปิดสอนพิเศษเอง แล้วให้นักเรียนกับตนเองแทน
29. ขณะที่ครูเพ็ญศรีกำลังสอนอยู่นั้น เด็กชายสมศักดิ์ตะโกนขึ้นมาว่า “วิชาอะไรน่าเบื่อจริงๆ” ถ้าท่าน
เป็นครูเพ็ญศรีท่านจะทำอย่างไร
1. เดินเข้าไปหาเด็กชายสมศักดิ์ แล้วถามว่าทำไมจึงทำเช่นนี้ และอย่าทำอีก แล้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
2. บอกเด็กชายสมศักดิ์ว่าท้ายชั่วโมงให้ตามครู เราคงมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว 
3. ต่อว่าเด็กชายสมศักดิ์อย่างรุนแรง พร้อมเรียกออกมาหน้าชั้น แล้วทำโทษโดยการให้ยืนหน้าห้อง 
4. เดินเข้าไปหาเด็กชายสมศักดิ์แล้วบอกว่า อย่างทำเช่นนี้อีก แล้วทำการสังเกตพฤติกรรมของ
เด็กชายสมศักดิ์ว่ามีปัญหาเรือไม่ 
âหรือส่งตัวไปให้ครูแนะแนว 
30. ขณะที่ครูวนิดากำลังสอนอยู่ ก็เหลือบไปเห็นสุเทพกำลังอ่านหนังสือยู่ เมื่อเข้าไปใกล้พบว่าเป็น
หนังสือลามก ครูวนิดาจะต้องทำอย่างไร
1. ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เพราะไม่อยากที่จะทำให้เรื่องวุ่นวายแล้วทำการสอนต่อไป
2. ยึดหนังสือเอาไว้ พร้อมทั้งทำการลงโทษและลงสมุดความประพฤติ พร้อมทั้งตักเตือนถึงโทษ
ของสื่อลามก 
â
3. เรียกสุเทพออกมา พร้อมทั้งยึดหนังสือ และลงโทษให้ออกไปยืนนอกห้องเมื่อหมดเวลาครูเรียก
ไปพบอีกครั้ง 
4. ส่งตัวสุเทพไปที่ห้องปกครองเพื่อให้ทางฝ่ายปกครองจัดการลงโทษต่อไป
31. ครูสุจิตราเป็นครูฝ่ายปกครอง วันหนึ่งขณะเดินตรวจการพบนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังหนีโรงเรียน ครู
สุจิตราควรจะทำอย่างไร
1. เรียกนักเรียนกลุ่มนั้นเข้าห้องปกครอง พร้อมทั้งตักเตือนและถามถึงเหตุผลที่จะหนีโรงเรียน และ
âทำทัณฑ์บนไว้ 
2. เรียกนักเรียนกลุ่มนั้นเข้าห้องปกครอง พร้อมทั้งลงโทษด้วยการตีต่อหน้านักเรียนทั้งหมด และทำ
ทัณฑ์บนไว้ 
3. เรียกนักเรียนกลุ่มนั้นเข้าห้องปกครอง ทำทัณฑ์บนไว้แล้วเชิญผู้ปกครองมาพบในวันรุ่งขึ้น
4. เรียกนักเรียนกลุ่มนั้นเข้าห้องปกครอง พร้อมทั้งเรียนครูประจำชั้นมารับรู้ความผิดและทำทัณฑ์บนไว้
32. เด็กหญิงพิมพ์ปวีณ์ กำลังนั่งทำการบ้าน หลังจากนั้นมีกลุ่มเด็กชายมาขอลอกการบ้านแต่เด็กหญิง
พิมพ์ปวีณ์ไม่ยอม จึงเกิดการทะเลาะกัน ถ้าท่านเป็นครูเวรวันนั้น ท่านเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดท่านจะ
ทำอย่างไร

1. เรียกเด็กชายทั้งหมดมาแล้วทำการลงโทษให้เขียนป้ายคล้องคอ แล้ววิ่งรอบโรงเรียน
2. ทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินตรวจเวรต่อไปรอบๆ สภาพโรงเรียน 
3. เรียกเด็กชายทั้งหมดมาพบ แล้วจับส่งครูประจำชั้นของเด็กกลุ่มนั้น เพื่อให้จักการลงโทษ 
4. ทำการลงโทษเด็กกลุ่มนั้น พร้อมทั้งอบรมสั่งสอน 
âแล้วให้ทำการบ้านร่วมกับเด็กหญิงพิมพ์ปวีณ์ 
33. ผลการเรียนของเด็กชายกบลดลงแทบทุกวิชา เมื่อผลสอบปลายภาคออกมา ครูประจำชั้นควรจะทำ
เช่นไรเป็นการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
1. เรียกเด็กชายกบเข้าพบ พร้อมทั้งสอบถามหาสาเหตุของผลการเรียนที่ลดลง 
âเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานั้น  
2. เรียกเด็กชายกบเข้าพบ พร้อมทั้งอบรมสั่งสอนให้เด็กชายกบมีความขยันหมั่นเพียรมากขึ้น 
3. เชิญผู้ปกครองของนักเรียนเข้าพบ เพื่อบอกถึงปัญหาและให้พ่อแม่ช่วยดูแลเด็กชายกบให้ดีขึ้น 
4. เชิญผู้ปกครองของนักเรียนเข้าพบ เพื่อบอกให้ทราบถึงปัญหาและหาสาเหตุพร้อมทั้งหาทาง
แก้ปัญหาร่วมกัน 
34. ทิชาภาเป็นนักเรียนที่เรียนดีมาตลอด แต่ผลสอบคราวนี้ออกมาปรากฏว่าได้เกรด 0” 1 วิชา ทิชาภา
คิดจะฆ่าตัวตายโดยกำลังจะโดยตึก ถ้าท่านเห็นเหตุการณ์ ท่านจะต้องพูดช่วยเหลือทิชาภาไม่ให้โดย
ติดด้วยคำพูดในข้อใดที่จะเหมาะสมที่สุด 
1. ทุกชีวิตมีค่า อย่างเพิ่มด่วนตัดสินใจคิดสั้นมีอะไรที่ดีๆ รอคุณอยู่อีกตั้งมาก
2. ลองคิดถึงคนข้างหลังสิว่าถ้าเราตายไปแล้วพวกเขาจะเศร้าโศกแค่ไหน 
3. ทุกชีวิตล้วนมีปัญหา แต่มันก็มีทางแก้ของมันเอง เราต้องกล้าเผชิญปัญหา 
âไม่ใช่หนีปัญหา  
4. การฆ่าตัวตายมันไม่ใช่หนทางที่ดีหรอก มันไม่ดีต่อตนเองและคนข้างหลังของคุณ
35. ห้องเรียนของครูสุดใจมักจะมีของหายเป็นประจำ ปรากฏว่าวันหนึ่งครูสุดใจเห็นเด็กชายดำกำลัง
ขโมยของอยู่ ถ้าท่านอยู่ในสถานการณ์นี้ ท่านจะทำอย่างไร
1. เดินเข้าไป แล้วนำตัวเด็กไปลงโทษในทันที พร้อมทั้งประจานหน้าเสาธงวันรุ่งขึ้น 
2. เดินเข้าไปแล้วเรียนเด็กชายดำไว้แล้วพาไปสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและตักเตือนเด็กชายดำ 
âแล้วทำการลงโทษ  
3. เดินเข้าไป แล้วนำตัวเด็กชายดำไปส่งฝ่ายปกครองโดยทันที เพื่อให้ฝ่ายปกครองเป็นผู้ลงโทษ
นักเรียนเอง
4. เดินเข้าไป พร้อมกับเพื่อนของเด็กชายดำให้ช่วยกันจับเด็กชายดำ แล้วพาไปสอบสวนเพื่อหา
ข้อเท็จจริง แล้วทำการลงโทษ
36. ครูทวีปเป็นครูฝ่ายธุรการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาได้พบว่าครูปกรณ์ซึ่งทำงานฝ่ายเดียวกันได้
ยักยอกเงินโรงเรียนไป โดยครูทวีปเป็นผู้รู้หลักฐานนั้น ครูทวีปควรจะทำอย่างไร
1. รีบนำเสนอต่อหัวหน้าฝ่ายธุรการ และรีบพิจารณาตัดสินคดีความนี้โดยเร็ว
2. เก็บหลักฐานนี้เอาไว้ เพื่อเอาไว้ต่อรองกับครูปกรณ์เพื่อให้ครูปกรณ์ทำงานให้ 
3. เก็บข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ไว้ 
âแล้วนำพิจารณากับที่ประชุมของโรงเรียนเพื่อตัดสินความนี้  
4. บอกครูปกรณ์ว่าให้แบ่งเงินที่ได้จากการยักยอกมาด้วย แล้วช่วยกันยักยอกเงินต่อไป
37. ท่านรู้สึกอย่างไรต่อ อาชีพครู
1. เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นที่ยกย่องของสังคม
2. เป็นอาชีพที่ท้าทาย ต้องมีความสามารถมาก 
3. เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละตนเอง และได้สิ่งตอบแทนน้อย 
â4. เป็นอาชีพน่ายกย่อง ท้าทาย มีการทำงานที่เป็นระบบระเบียบ 
38. สมชายเป็นนักเรียนที่เรียนดีคนหนึ่งของชั้น และมีความประพฤติดี ตั้งในเรียนดีแต่สมชายมักจะขาด
เสื้อผ้าที่จะใส่มาโรงเรียนได้ทุกวัน ครูควรจะทำอย่างไรเพื่อช่วยสมชายไห้เร็วที่สุด
1. พยายามหาทุนช่วยเหลือให้แก่สมชาย จากสถาบันที่คอยอุปถัมภ์โรงเรียนมาตลอด
2. นำเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อจัดหาทุนเรียนดีให้แก่สมชาย 
3. ทำการประชาสัมพันธ์ให้ทั้งโรงเรียนทราบว่าต้องการหาทุนให้แก่เด็กในโรงเรียน เพื่อเปิดรับ
บริจาค
4. เรี่ยไรเงินจากครูที่อยู่ในโรงเรียนเพื่อจัดหาซื้อเสื้อผ้าให้แก่นักเรียน 
âและให้เงินสดอีกเล็กน้อย  
39. ขณะที่ครูภัทรากำลังสอนเด็กอยู่นั้น เด็กหญิงสุดาเป็นลมและชักไป ครูภัทราควรจะทำอย่างไร
1. รีบทำการปฐมพยาบาลเด็กหญิงสุดาโดยด่วน แล้วรีบพาไปห้องพยาบาล ให้หัวหน้าคุมชั้นเรียน
âให้เป็นปกติ 
2. บอกนักเรียนในห้องให้นั่งอยู่ในความสงบ แล้วเรียกนักเรียนพาเด็กหญิงสุดาไปห้องพยาบาล 
ครูสอนไปตามปกติ
3. บอกให้นักเรียนอยู่ในความสงบ แล้วรีบพาเด็กหญิงสุดาไปห้องพยาบาล แล้วจึงกลับมาสอนตามปกติ
4. รีบทำการปฐมพยาบาล แล้วให้นักเรียนพาไปห้องพยาบาลแล้วสอนต่อตามปกติ
40. เวลาประมาณเที่ยงคือ บังตาซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มาเคาะประตูบ้านครูนัดดา ด้วย
หน้าตาทีบอกซ้ำ โดยเขาหนีออกจากบ้านมาเพราะทะเลาะกับพ่อแม่ ครูนัดดาควรทำอย่างไร
1. รีบพาบังตากลับไปส่งบ้าน แล้วไปพูดกับพ่อแม่ของบังตา เพื่อให้พ่อแม่ลูกเข้าใจกัน
2. ปล่อยให้บังตาอาศัยอยู่ที่บ้าน โดยหาที่นอนหมอนมุ่งให้ แล้วพรุ่งนี้พากลับบ้าน 
3. พูดคุยกับบังตาถึงปัญหาต่างๆ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้น และให้นอนค้างที่บ้าน พรุ่งนี้เช้า
ค่อยกลับบ้าน 
â 
4. บอกให้บังตากลับบ้านไปก่อน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยหาทางแก้ไขปัญหากัน แล้วพาบังตากลับบ้าน


admin 2013-03-04 15:30
41. กิจกรรมที่มนุษย์ปฏิบัติไม่ว่ากิจกรรมใดๆ มีลักษณะอย่างไร
 1. แบ่งเป็นส่วนๆ
â                     2. ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่  
3. แบ่งปนกันทำคนละส่วน               4. เริ่มไม่ดีก็ล้มเหลว 
42. แผนการเตรียมเสนอที่ดีควรเป็นอย่างไร
1. ซับซ้อนพอสมควรเพื่อเร้าใจ                      2. ผู้วางแผนควรเพียงคนเดียว 
 .
â3. แสดงออกเป็นรูปธรรมทุกคนเข้าใจได้ 4.แสดงออกเป็นนามธรรมมากที่สุด
43. การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกก่อนเสนอเนื้อหาเพื่อวัตถุประสงค์ใด
1. ทำให้ทุกคนสบายใจที่ได้มีของใช้ 
2. เพื่อตรวจสอบข้อที่มีอยู่ให้อยู่ในสภาพปกติ 
3. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้สื่อการสอน
4. 
âทำให้สามารถใช้สื่อการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
44. การเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกในขั้นสอนเน้นหลักการใด
1. การใช้สื่อกับนักเรียนแต่ละชั่วโมง
2. 
âการจัดสื่อเพื่อใช้สอนเป็นสำคัญและเป็นที่เป็นทาง  
3. การจัดให้นักเรียนเป็นคนใช้สื่อการสอนเอง
4. การเตรียมเฉพาะสื่อการสอนที่ครูต้องสอน 
45. การจัดประเภทชุดการสอน ยืดสิ่งใดเป็นหลัก
1. สื่อการสอน                                2. จำนวนผู้สอน 
3. ชั้นเรียน                    4. 
âกลุ่มผู้เรียน 
46. ลักษณะของสื่อการสอนที่ใช้ในชุดการสอนมีลักษณะอย่างไร
1.   เป็นสื่อเดี่ยวขนาดใหญ่               2.
âเป็นสื่อประสมสำเร็จรูป  
3. เป็นสื่อที่ครูใช้สอน 4. เป็นสื่อที่นักเรียนต้องทำต่อเอง
47. ชุดการสอนทุกชนิด ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในแง่ใด
1. นักเรียนได้ทำอะไรได้เอง                                         2. นักเรียนได้ช่วยกันทำงาน 
 .
â3. ครูมีความพร้อมในการสอนมากขึ้น                   4.ครูดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง
48. ส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตสื่อการสอนนอกเหนือไปจากความเที่ยงตรงในด้านเนื้อหา
1. ความสะดวกในการใช้ได้แก่อะไร 2. การระบายสีให้มีความเข้ม 
3. 
âการเขียนตัวอักษรให้เป็นแบบตัวราชการ 4. การวัดองค์ประกอบศิลปะ 
49. การมองเห็นภาพได้ชัดเจนเป็นเพราะเหตุใด
1. ใช้สีสดหลายสี                           2. 
âการตัดกันของภาพกับพื้น 
3. ใช้สีให้กลมกลืนกัน                             4. ใช้พื้นผิวหยาบๆ
50. สื่อการสอนต้องเน้นด้านศิลปะด้วยเพราะเหตุใด
â1. เพื่อดึงดูดความสนใจ 
2. เพื่อทำให้เห็นได้ชัดเพราะมีการใช้สี 
3. เพื่อให้ครูศิลปะช่วยผลิตได้เป็นการผ่อนภาระครู
4. เพื่อเป็นการกำหนดคุณค่ามาตรฐานของสื่อ
51. การวิเคราะห์ผู้เรียน สภาพแวดล้อมและเนื้อหาสาระหมายความได้อย่างไร
1. วิธีการแยกแยะให้เป็นองค์ประกอบย่อยเกี่ยวกับผู้เรียน สภาพแวดล้อมและเนื้อหาสาระ 
â
2. วิธีการช่วยค้นหาองค์ประกอบที่สำคัญ ๆ เกี่ยวกับผู้เรียน สภาพแวดล้อมและเนื้อหาสาระ 
3. วิธีการบ่งชี้ประสิทธิภาพของผู้เรียน สภาพแวดล้อมและเนื้อหาสาระ
4. วิธีการประเมินผลในด้านตัวผู้เรียนเกี่ยวกับผู้เรียน สภาพแวดล้อมและเนื้อหาสาระ 
52. ความพร้อมทางการเรียนระดับใด ที่ครูควรสนใจนำมาเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน
1. สูง                                                           2. ปานกลาง 
3. 
âต่ำ                                  4. สูง ปานกลาง ต่ำ 
53. ท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะรู้ว่า ด.ช.สมชาย ทำแบบฝึกหัดประเมินผลการเรียนได้ถูกต้อง
1. วิเคราะห์ความพร้อมทางกายภาพ                      2. วิเคราะห์ความพร้อมทางจิตภาพ 
3. วิเคราะห์ความสามารถในการเรียน                 4. 
âวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 
54. ท่านจะวิเคราะห์ผู้เรียนในด้านใด ถ้าต้องการรู้ว่าพฤติกรรมขั้นสุดท้ายของผู้เรียนเปลี่ยนไปจาก
พฤติกรรมเดิม
1. ความพร้อมทางกายภาพ                        2. ความพร้อมทางจิตภาพ 
3. ความสามารถในการเรียน                       4. 
âผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 
55. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีคุณค่าอย่างไร
1. ช่วยวินิจฉัยระดับความรู้พื้นฐานของผู้เรียนได้
2. ช่วยกำหนดเกณฑ์การผ่านชั้นได้ 
3. ช่วยกำหนดความพร้อมก่อนการเรียนได้ 
4. 
âช่วยตรวจสอบความก้าวหน้าทางการเรียน 
56. การกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจต่อการเรียน ครูสามารถจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพใน
ห้องเรียนด้านใดได้
1. แสง                                             2. เสียง 
â
3. มุมหนังสือ                                    4. จำนวนนักเรียน 
57. ท่านสามารถวินิจฉัยความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมทางจิตภาพได้อย่างไร
1.   ทดสอบการเรียน                   
âสอบถามนักเรียน  
3. กระตุ้นให้แสดงพฤติกรรม 4. สร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นในห้องเรียน 
58. การวิเคราะห์เนื้อหาสาระในแต่ละบทเรียน ผู้วิเคราะห์มีเกณฑ์อะไรเป็นตัวกำหนดความสำคัญของ
เนื้อหา
1.   สื่อการเรียนการสอน           2
âจุดประสงค์การเรียนรู้  
3. เวลาที่ใช้สอนทั้งหมด 4. กิจกรรมการเรียนการสอน
59. ขั้นตอนใดที่สำคัญที่สุด ในการวิเคราะห์เนื้อหาสาระในแต่ละบทเรียน
1. พิจารณากำหนดเวลาสอนในตารางสอน 
â2. พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาและจุดประสงค์ 
3. การแบ่งเนื้อหาสาระ 
4. บันทึกผลการวิเคราะห์
60. เมื่อพิจารณาระบบการเรียนการสอนจากแผนผังข้างล่างนี้สิ่งที่ขาดไปควรเป็นอะไร
ผลย้อนกลับ

1. ตำราเรียน                                           2. อาจารย์นิเทศ 
â3. ผู้ปกครอง 4. สื่อการสอน  
61. การสอนที่ดีในแง่ของการรับรู้นั้นผู้สอนควรพยายามสร้างเนื้อหาอย่างไร
1. 
âข้อใหญ่ให้เป็นข้อย่อยจำนวนมาก                       2. จากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม 
3. ให้สามารถบรรยายได้สะดวก                                 4. เป็นขั้นตอนย่อยแล้วสรุปเป็นครั้งคราว 
62. ข้อใดจัดว่าเป็นสื่อการสอนประเภทวัสดุ
1. กระดานดำ                                               2. เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ 
 4. แปรงทาสี                                            
â3. แผ่นโปร่งใส  
63. การใช้สื่อหลายชนิดเพื่อนสอนให้สัมพันธ์ในเรื่องเดียวกับเรียกว่าอย่างไร
1.  2. สื่อผสม                                  
âสื่อประสม  
3. สื่อรวม                                              4. สื่อสัมพันธ์
64. ประสิทธิภาพของสื่อการสอนมี ด้าน สื่อที่มีความสวยงามจัดอยู่ในประสิทธิภาพด้านใด
1. ด้านการนำไปใช้                                       2. ด้านความงาม 
â3. ด้านความจูงใจ                                       4. ด้านโครงสร้าง 
65. การกำหนดสื่อโดยยืดเอาตัวครูเป็นหลักนั้นมีข้อดีในข้อใด
1. ครูสามารถสอนได้ตรงตามหลักสูตร 
2. ครูสามารถสนองตอบตามแผนการสอนได้ 
3. 
âครูสามารถเลือกตามความก้าวหน้าและประสบการณ์ของตน  
4. ครูสามารถหาวัสดุมาเพิ่มได้ง่าย
66. การกำหนดสื่อตามข้อ 65 มีจุดอ่อนในเรื่องใด
1. สื่อที่ได้มักจะไม่สวยงามดึงดูดใจนักเรียน 
2. ครูอาจกำหนดผิดพลาดเพราะไม่เข้าใจหลักสูตร 
3. ครูอาจทำสื่อนั้นไม่ได้เพราะขาดความรู้ 
4. สื่อการสอนอาจไม่เหมาะกับผู้เรียนได้ 
â
67. การกำหนดสื่อการสอนตามแผนการสอนนั้นมีข้อดีอย่างไร
1. เลือกสื่อได้เด่นชัด 
â2. จะมีความสัมพันธ์กันทั้งแผนการสอน  
3. ครูสร้างสื่อได้ง่ายกว่าการกำหนดแบบอื่นๆ 
4. สื่อที่กำหนดหาได้จากผู้อื่นเพราะมีในหลักสูตร
68. ครูสม ทำแผนภูมิเรื่องทรัพยากรขนาดโตทีเดียวเพื่อจะสอนนักเรียนของเขา ถ้าหากท่านมีของอย่าง
เดียวกับครูสม ท่านจะเอาไปสอนอย่างไร

1.  2. ติดข้างฝาแล้วให้เด็กไปดูทีละคน
âสอนบรรยายเด็กทั้งห้อง 
3. ส่งให้อ่านทีละคนจนครบ 4. ใช้ประกอบแทนตำราเรียน
69. จากข้อ 66 แผนภูมิเป็นสื่อตามลักษณะในข้อใด
1. เป็นแผ่นกระดาษที่มีภาพขนาดใหญ่ 
2. 
âเป็นสื่อที่รวมสรุปรายละเอียดของเรื่องแต่ละเรื่อง  
3. เป็นสื่อที่ใช้ภาพและสีที่สวยงามได้ 
4. เป็นแผ่นกระดาษที่ประกอบด้วยภาพขนาดเล็ก 
70. แผนภูมิกับโปสเตอร์ใช้ประกอบการสอบต่างกันอย่างไร
1. แผนภูมิใช้สอนเฉพาะตอนนำเข้าสู่บทเรียน 
2. โปสเตอร์ใช้สอนได้ดีตอนสรุปบทเรียน 
3. โปสเตอร์ใช้แสดงรายละเอียดของเนื้อหาที่ซับซ้อนได้ 
4. 
âแผนภูมิใช้แสดงรายละเอียดของเนื้อหาได้ดี 
71. การใช้สื่อการสอนจะช่วยประหยัดเวลาหมายความว่าอย่างไร
1. เมื่อใช้สื่อแล้วไม่ต้องลบกระดานดำ 
2. ขณะสอนไม่ต้องห่วงเรื่องคำอธิบาย 
3. เวลาสอนเพียงแต่ยกให้ดูไม่ต้องทำอะไร 
4. ผลิตขึ้นมาแล้วใช้สอนซ้ำได้หลายครั้ง 
â
72. สาเหตุที่การกำหนดสื่อการสอนมีแนวโน้มไปตามความเห็นของผู้บริหารเพราะเหตุใด
1. 
âผู้บริหารเป็นผู้กำหนดนโยบายและงบประมาณ  
2. ผู้บริหารเป็นผู้รู้และเข้าใจเรื่องสื่อการสอนดี 
3. ผู้บริหารต้องรับความรู้ใหม่ๆ มาเสนอ 
4. ผู้บริหารกำหนดถูกต้องตามหลักสูตรได้ดีกว่า
73. ที่ว่าการกำหนดสื่อควรยึดตัวผู้เรียนเป็นหลักนั้นหมายความว่าอย่างไร
1. เพื่อให้เด็กเกิดความพอใจ                             2. เพื่อให้ขนาดพอดีกับเด็กนักเรียน
3. .
âเพื่อให้เหมาะสมกับการรับรู้ของผู้เรียน             4. เพื่อให้เด็กมีความรู้สึกอยากเรียน
74. การจัดสื่อสำหรับให้เรียนรายบุคคลนั้นนอกจากมุ่งด้านเนื้อหาแล้วยังไม่แฝงจุดมุ่งหมายอื่นใดไว้ด้วย
1.  
âให้ผู้เรียนได้รู้จักศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง             2.เพื่อครูจะได้ไม่ต้องสอนเนื้อหาวิชาใดๆ อีก
3. ถ้าทำสื่อไม่ได้เด็กก็เรียนไปเองได้                                 4. เมื่อโตขึ้นจะได้อยู่คนเดียวได้
75. การจัดเอาเทคนิคกลุ่มสัมพันธ์เข้าไปใช้ในหลักการของชุดการสอนแบบกลุ่มกิจกรรมเนื่องจาก
ต้องการเน้นสิ่งใด

1. 
âการลดภาระของครูในการสอน                      2. การทำงานร่วมกันของสมาชิกในกลุ่ม  
3. เพื่อไม่ต้องทำสื่อขนาดใหญ่                               4. เพื่อผู้เรียนจะได้รู้จักกับบัตรต่างๆ ได้
76. การกำหนดสื่อที่ให้ผู้เรียนเรียนเองได้นั้นเนื่องจากเหตุผลความเชื่อใด
1. เป็นการใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ 2. สื่อใช้สอนแทนครูไปได้เลย
3. ความรู้มีอยู่ที่เด็กมากพอที่ครูจะไม่ต้องสอน              4. 
âความรู้มีอยู่รอบตัวเด็กแม้แต่เพื่อนในกลุ่ม
77. การกำหนดสื่อการสอนสำหรับนักเรียนศึกษาเอง สิ่งสำคัญที่จะช่วยครูได้มากคือข้อใด
 1. แบบทดสอบ                                     
â 2. บัตรคำสั่ง  
3. สื่อต้องทำง่าย                                4. บัตรเฉลย
78. การกำหนดสื่อรายบุคคลขึ้นก็โดยหลักการอย่างไร
â1. เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล  2. ต้องลดภาระของครูให้มากที่สุด 
3. สื่อขนาดเล็กๆ เข้าใจได้ง่ายกว่าสื่อใหญ่                     4. ต้องกำหนดเวลาเรียนให้แน่นอน
79. การกำหนดสื่อการสอนสำหรับครูทุกคนย่อมแตกต่างกันไปดังนั้นที่จะกำหนดสื่อการสอนที่ดีที่สุด
ควรเป็นใคร

1.  2. เจ้าหน้าที่โสตทัศนูปกรณ์                                 
âครูผู้สอนวิชานั้นๆ 
3. ผู้บริหารโรงเรียน                               4. ครูฝ่ายวิชาการ
80. กิจกรรมการเรียนข้อใดที่จัดเป็นสถานการณ์จำลอง
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มหาแนวทางแก้ปัญหาที่กำหนดให้ 
2. 
âนักเรียนแสดงบทบาทใดบทบาทหนึ่งในเหตุการณ์สมจริงที่จัดขึ้น 
3. นักเรียนชมการแสดงบทบาทที่สมมุติขึ้นแล้วแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับบทบาทนั้น 
4. นักเรียนเล่นเกมคณิตศาสตร์เมื่อเรียนจบบทเรียนแล้ว


admin 2013-03-04 15:30
81. สถานการณ์จำลองเน้นข้อใดมากที่สุด
 2. เนื้อหาสาระ                                       
â1. กระบวนการ 
3. ความรู้สึกในบทบาทของผู้แสดง                                    4. ความสนใจของผู้เรียน
82. ข้อจำกัดที่สำคัญของสถานการณ์จำลองคือข้อใด
1. ผู้เรียนอาจไม่จริงจังต่อการแสดงเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองไม่มีส่วนในกระบวนการบางอย่างใน
ชีวิตจริง 
2. ความสนุกสนานของการแสดงในสถานการณ์จำลอง อาจทำให้ไม่สนใจสิ่งที่ต้องการอื่นๆ
3. อาจต้องมีการรับเกมจำลองสถานการณ์บางเกมที่ซื้อมาเพิ่มใช้ให้คุ้มค่าทำให้ต้องเสียเวลาเตรียม
ใหม่ตั้งแต่จุดเริ่มต้น 
â4. ถูกทุกข้อ 
83. การเตรียมสถานการณ์จำลองที่ครูจัดทำขึ้นเองตามเอกสารการสอนนี้มีกี่ขั้นตอน
1. 6 ขั้นตอน                                                   2. 7 ขั้นตอน 
â3. 8 ขั้นตอน                                               4. 9 ขั้นตอน 
84. ขั้นตอนใดที่ครูสามารถตรวจสอบผู้เรียนว่ามีมโนมติที่ผิดไปจากที่ต้องการหรือไม่
1. ขั้นระบุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของผู้แสดงแต่ละคน 2. ขั้นเรียนเค้าโครงบทบาทของผู้แสดงแต่ละคน
3. ขั้นพัฒนาวัสดุอุปกรณ์                               4. 
âขั้นสรุปผลการแสดง 
85. การนำเกมจำลองสถานการณ์ไปใช้ในห้องเรียนมีขั้นตอนอย่างไร
1. เข้าร่วม แสดง สรุป นำไปใช้ 
2. แสดง วิเคราะห์ สรุป นำไปใช้
â3. แนะนำ เข้าร่วม แสดง สรุป  
4. แนะนำ แสดง สรุป นำไปใช้
86. ท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการตัดสินว่านักเรียนมีปัญหาทางพฤติกรรม
1. แสดงพฤติกรรมที่เป็นไปตามลักษณะนิสัยของนักเรียน
2. 
âแสดงพฤติกรรมผิดปกติไปจากระดับวุฒิภาวะทางกาย 
3. แสดงพฤติกรรมผิดปกติในช่วงหนึ่งของพัฒนาการทางร่างกาย 
4. แสดงพฤติกรรมผิดปกติไปจากความต้องการของครอบครัว
87. สิ่งใดเป็นเหตุให้นักเรียนเกิดปัญหาทางพฤติกรรมได้
1. การแสดงความสามารถดีเด่นไปจากเพื่อในชั้น 
2. 
âการลงโทษของครูเมื่อนักเรียนประพฤติผิด 
3. บรรยากาศในชั้นเรียนที่เข้มงวดกวดขัน 
4. การขาดความสามัคคีในชั้น
88. ท่านจะปฏิบัติอย่างไรในการแก้ปัญหาความประพฤติของนักเรียน
1. ค้นหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในห้องเรียน
2. ค้นหาวิธีแก้ปัญหาจากเพื่อครูและผู้รู้
3. ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ 
4. 
âค้นหาสาเหตุของปัญหา 
89. การวิเคราะห์หาสาเหตุและแก้ไขให้ถูกต้องตรงปัญหามากที่สุด เป็นวิธีการอะไร
1. ทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหานักเรียน 
2. ทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องทำงานอย่างมีขั้นตอน 
3. แก้ปัญหาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
4. 
âแก้ปัญหานักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
90. กระบวนการที่สร้างเลียนแบบให้มีความคล้ายคลึงกับสภาพจริงมากที่สุด เป็นลักษณะของข้อใด
â1. การแสดงละครที่ดี                          2. สถานการณ์จำลอง 
3. การสาธิตการสอน                                 4. การแสดงบทบาทสมมุติ
91. การขาดความอบอุ่น และขาดความรักจากครอบครัวเป็นพื้นฐานของปัญหาใดมากที่สุด
1. การไม่ทำการบ้าน                              2. การแยกตัวออกจากกลุ่ม
 4. การลักขโมย                                      
â3. การก้าวร้าว 
92. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของการประเมินผลการสอน
1. เพื่อปรับปรุงการเรียน                          
â2. เพื่อปรับปรุงการสอน 
3. เพื่อการเลื่อนขั้นเงินเดือน                            4. เพื่อการค้นคว้าวิจัย
93. ในการใช้ผลจากการประเมินการสอนเพื่อปรับปรุงการสอนของครูนั้น แหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดควร
มาจากใคร
1. เพื่อนครู                                     2. ผู้เรียน 
3.   ผู้อำนวยการโรงเรียน                   
âผู้สอน 
94. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้ในการประเมินผลการสอน
1. เทป                           2. วิดีโอเทป 
3.   แบบสอบถาม                             4.
âแบบทดสอบ 
95. องค์ประกอบการสอนของครูที่พึงประเมิน ควรประเมินให้ครอบคลุมองค์ประกอบใด
1. สภาพแวดล้อมการสอน การกำหนดวัตถุประสงค์การสอน
â2. วิธีการสอน สภาพแวดล้อมการสอน 
3. การวัดและประเมินผลการสอน การใช้วัสดุอุปกรณ์การสอน 
4. การจัดชั้นเรียน ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเนื้อหาวิชา 
96. คำถามในข้อใดเหมาะที่จุใช้ในการประเมินการวัด และประเมินผลการสอบของครู
1. วัตถุประสงค์การสอนที่กำหนดนั้นมีความชัดเจนเพียงใด 
2. 
âมีการวางแผนและเตรียมการสอนเพียงใดก่อนทำการสอน 
3. ให้คะแนนอย่างยุติธรรมหรือไม่ 
4. ลักษณะห้องเรียนเหมาะแก่การเรียนการสอนอย่างไร 
97. การประเมินสภาพแวดล้อมการสอน เป็นการประเมินในเรื่องใดต่อไปนี้
1. 
âวิธีสอนของครู                       2. บุคลิกภาพของครู 
3. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน                          4. การกำหนดวัตถุประสงค์การสอน
98. คำถามในลักษณะใดต่อไปนี้ควรใช้ในการประเมินการใช้สื่อ
1. 
âอุปกรณ์การสอนมีคุณภาพและความเหมาะสมเพียงใด  
2. การตกแต่งห้องเรียน ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นอย่างไร
3. การมอบหมายงานและให้การบ้าน เหมาะสมกับเนื้อหาเพียงใด 
4. นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนเพียงใด
99. ถ้าท่านต้องการจะประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนของครูในโรงเรียนเพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการ
สอน ท่านจะเลือกใช้เครื่องมือชนิดใดจึงจะให้ผลการประเมินดีที่สุด
1. 
âแบบบันทึกเหตุการณ์                           2. แบบตรวจสอบรายการ 
3. แบบสอบถาม                                                4. มาตรประมาณค่า
100. ถ้าท่านต้องการประเมินว่าครูมีการใช้สื่อการเรียนการสอนอะไรบ้าง ท่านจะสร้างเครื่องมือชนิดใด
â1. แบบบันทึกเหตุการณ์                           2. แบบตรวจสอบรายการ 
3. แบบสอบถาม                                           4. มาตรประมาณค่า

admin 2013-03-04 15:31
แนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ

1. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องคำว่าการศึกษา
ก.การถ่ายทอดความรู้
ข.การฝึกอบรม
ค.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ง. การสืบสานทางวัฒนธรรม

2. ต่อไปนี้ กล่าวไม่ถูกต้อง
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่า การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
ข. การศึกษาตลอดชีวิต หมายความว่า การศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้  
อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 
ค. ผู้สอน” หมายถึง ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ 
ง. “การประกันคุณภาพภายใน” ดำเนินการโดยบุคลากร ของสถานศึกษานั้นหรือโดยหน่วยงานต้น
สังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น

3. . ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตาม พรบ.นี้ ได้แก่
             ก.ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
             ข.ปฏิรูปการศึกษาของไทย
             ค.พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ  คุณธรรม
            ง.พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

4. ข้อใดไม่ใช่หลักการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
ก.เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน
ข.เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ค.ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ง.พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่าง





5. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ.
         ก.ปลูกฝังจิตสำนึกการเมือง การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
         ข.รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย
         ค.รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ
         ง.กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น

6. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดา มารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา
        ก.การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
            ข.การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
            ค.เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
            ง.การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล

7. การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา และระยะเวลา เป็น   
    การศึกษารูปแบบใด
      ก. ในระบบ 
ข. นอกระบบ 
ค. ตามอัธยาศัย 
ง. ตลอดชีวิต

8. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ ที่สำคัญคือข้อใด
           ก.ระยะเวลาที่จัดการศึกษา
           ข.สถานที่จัดการศึกษา
           ค.ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
          ง.จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร

9. แนวการจัดการการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ  
ที่ 2)  พ.ศ. 2545ยึดหลักตามข้อใด
     ก.ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน
     ข.ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
     ค.หลักสูตรมีความสำคัญที่สุด
     ง.กระบวนการเรียนการสอนสำคัญที่สุด
10. ใครเป็นผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางศึกษา ขั้นพื้นฐาน
         ก.กระทรวงศึกษาธิการ ศาสนา และวัฒนธรรม
        ข.สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ
         ค.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
        ง.คณะกรรมการจัดทำหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน

11. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน 
        ก. ระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
        ข. จำนวนสถานศึกษา จำนวนประชากร 
        ค. วัฒนธรรม และความเหมาะสมด้านอื่น 
       ง.ปริมาณสถานศึกษา จำนวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น

12. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษา
         ก. ให้สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภท 
          ข. การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชนให้มีความเป็นอิสระ โดยไม่มีการกำกับ    
              ติดตามจากรัฐ 
          ค. ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ด้านวิชาการ งบประมาณ การ   
  บริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังสถานศึกษา 
          ง. รัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุนแก่สถานศึกษาเอกชน 

13. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา
          ก.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกับการประกันคุณภาพคือเขตพื้นที่การศึกษา
           ข. ระบบประกันคุณภาพประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกัน 
             คุณภาพภายนอก 
          ค.การประเมินคุณภาพภายนอกคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการและแนวการจัดการศึกษา
          ง.เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชน 






14. ใครเป็นผู้ส่งเสริมให้ระบบ ขบวนการผลิตการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มี   
       คุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสม กับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
          ก.กระทรวงศึกษาธิการ 
         ข.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
         ค.องค์กรกลางบริหารงานบุคคล
        ง.สภาวิชาชีพ

15. องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา เป็นองค์กรภายใต้การบริหารของข้อใด
        ก.กระทรวงการศึกษาธิการ
        ข.องค์กรกลาง บริหารงานบุคคล
       ค.สภาวิชาชีพ
        ง.องค์กรอิสระ

16. ตามมาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษาใน  
     โอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีสอดคล้องกับนโยบายของ
      รัฐบาลข้อใด 
           ก.พัฒนาคุณภาพผู้เรียน
          ข.สร้างโอกาสในการเรียนรู้
          ค.พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
          ง.จัดหาแท๊บเล็ตให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1




เฉลยแนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ

           
1.ค    2.ข    3.ค    4.ก    5.ง    6.ง    7.ข    8.ง
9.ข    10.ค    11.ง    12.ข    13.ก    14.ก    15.ค    16.ง


เวอร์ชันเต็ม: [-- ตัวอย่างแนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ --] [-- top --]


Powered by PHPWind v7.5 SP3 Code ©2003-2010 PHPWind
Time 0.060893 second(s),query:2 Gzip enabled

You can contact us