เวอร์ชันเต็ม: [-- รวมแนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 --]

แนวข้อสอบรับราชการ ก.พ. อบต. ครูผู้ช่วย ตำรวจนายร้อย ธกส. กศน. ทหาร หน่วยงานต่างๆ -> แนวข้อสอบวิชาคอมพิวเตอร์ กฎหมาย พรบ.ต่างๆ -> รวมแนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

admin 2013-03-04 14:08

รวมแนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540  ชุดที่ 1

 

1.         พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มีผลบังคับตามข้อใด

            ก.    วันที่ 2 กันยายน 2540

            ข.    วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            ค.    วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            ง.     วันพ้นกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            ตอบ  ง.  วันพ้นกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

2.         ข้อมูลข้อที่เท็จจริงที่อยู่ในความครอบครองดูแลของหน่วยงานรัฐหมายถึงข้อใด

            ก.    ข้อมูลข่าวสาร                                                               ข.    ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

            ค.    ข้อมูลข่าวสารของราชการ                                         ง.     ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

3.         องค์กรใดมีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐและปฏิบัติงานทั่วไปเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

            ก.    สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

            ข.    คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

            ค.    สำนักงานคณะอนุกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

            ง.     คณะอนุกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ        

            ตอบ  ก.  สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

4.         ข้อมูลข่าวสารราชการ หากมีบางส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยให้ดำเนินการเช่นใด  

            ก.    ห้ามเปิดเผยทั้งฉบับ                                                    ข.    ให้ขีดฆ่าด้วยหมึกแดง

            ค.    ให้ลบหรือตัดตอนข้อความนั้น                                 ง.     ให้ดำเนินการข้อใดข้อหนึ่ง

            ตอบ  ค.  ให้ลบหรือตัดตอนข้อความนั้น

5.         ภาระหน้าที่สำคัญของหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารส่วนราชการคือข้อใด

            ก.    พิมพ์ข้อมูลข่าวสารลงในราชกิจจานุเบกษา

            ข.    จัดข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนได้ตรวจดู

            ค.    ทำข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ขอ

            ง.     ถูกทุกข้อ

            ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ

6.         หากประชาชนขอดูข้อมูลข่าวสารต่อหน่วยงานของท่าน แต่ข้อมูลข่าวสารนั้นอยู่ในความควบคุมของหน่วยงานอื่น จะดำเนินการอย่างไร

            ก.    ไม่รับคำขอ                                                                    ข.    รับคำขอและยื่นต่อหน่วยงานนั้นๆ

            ค.    รับคำขอและเป็นธุระจัดหาให้                                 ง.     แนะนำให้ไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานนั้นๆ

            ตอบ  ง.  แนะนำให้ไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานนั้นๆ

7.         กรณีประชาชนไม่ได้ดูข้อมูลข่าวสารจากราชการหรือไม่ได้รับความสะดวกโดยไม่มีเหตุอันสมควร

            จะร้องเรียนต่อหน่วยงานใด

ก. สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารราชการ

ข. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ค. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นๆ

ง. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

ตอบ  ง.  คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

8.         ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ไม่ควรเปิดเผยหน่วยงานรัฐต้องดำเนินการตามข้อใด

            ก.    แจ้งให้ประชาชนได้ทราบ                                        ข.    ประกาศห้ามในราชกิจจานุเบกษา

            ค.    ลบหรือตัดทอนข้อมูลข่าวสารนั้น                            ง.     ทำคำสั่งมิให้เปิดเผย

            ตอบ  ง.  ทำคำสั่งมิให้เปิดเผย

9.         ข้อมูลข่าวสารใด หน่วยงานราชการเปิดเผยไม่ได้

            ก.    ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

            ข.    รายงานบทบาทการแพทย์ของบุคคลใดๆ

            ค.    ข้อมูลเกี่ยวกับราชการทางทหาร

            ง.     ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

            ตอบ  ง.  ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

10.      ข้อมูลที่หน่วยงานรัฐจะเปิดเผยแต่กระทบต่อบุคคลอื่นๆ ต้องแจ้งให้บุคคลนั้นเสนอคัดค้าน

            มิให้เปิดเผยในเวลาตามข้อใด

            ก.    ภายใน 15 วัน นับแต่วันรับแจ้ง                                ข.    ไม่น้อยกว่า 15 วัน นับแต่วันรับแจ้ง

            ค.    ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับแจ้ง                                ง.     ไม่น้อยกว่า 30 วัน นับแต่วันรับแจ้ง

            ตอบ  ข.  ไม่น้อยกว่า 15 วัน นับแต่วันรับแจ้ง

11.      การดำเนินการตามข้อ 10 หากหน่วยงานรับยังไม่ประสงค์จะเปิดเผยและมีคำสั่งมิให้รับฟังคำคัดค้านบุคคลนั้นจะอุทธรณ์เพื่อมิให้เปิดเผยข้อมูลต่อได้ภายใน 15 วัน

            ก.    เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบ                                   

            ข.    คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

            ค.    คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

            ง.     นายกรัฐมนตรี

            ตอบ  ค.  คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

12.      เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐได้เปิดเผยข้อมูลโดยดำเนินการถูกต้องตามระเบียบโดยอำนาจสมควรแก่เหตุและเพื่อประโยชน์อันสำคัญเกี่ยวกับสาธารณะหากเข้าข่ายต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

            ก.    ถือว่าปฏิบัติสุจริตแล้ว                                                 ข.    ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

            ค.    รับผิดชอบตามความผิดนั้น                                        ง.     ไม่ต้องรับผิดชอบหากกระทำโดยสุจริต

            ตอบ  ง.  ไม่ต้องรับผิดชอบหากกระทำโดยสุจริต

13.      ข้อใดกล่าวถูกต้อง

            ก.    บุคคลตัวแทนบุคคลมีสิทธิได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารของบุคคลนั้น

            ข.    ให้จัดทำคำขอดูข้อมูลหรือสำเนาข้อมูลนั้นได้

            ค.    หน่วยงานต้องให้ตรวจดู ให้สำเนาได้ เว้นแต่ข้อมูลที่มิให้เปิดเผย

            ง.     ถูกทุกข้อ

            ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ

14.      ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐประสงค์จะเก็บรักษา หรือมีอายุครบเก็บ จะต้องเก็บรักษาหรือจัดให้ประชาชนได้ศึกษาที่หน่วยงานใด

            ก.    สำนักงานทะเบียนกลาง สำนักนายกรัฐมนตรี     

            ข.    หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

            ค.    สำนักงานทะเบียนกลางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

            ง.     ให้หน่วยงานรัฐนั้นๆ ทำลายตามระเบียบงานสารบรรณ

            ตอบ  ข.  หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

15.      ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ มีอายุการเก็บรักษากี่ปี

            ก.    20 ปี                                                                               ข.    25 ปี

            ค.    35 ปี                                                                               ง.     75 ปี

            ตอบ  ง.  75 ปี

16.      ข้อมูลที่มีคำสั่งมิให้เปิดเผยหากมีอายุการเก็บครบ 20 ปี แต่หน่วยงานรัฐเห็นว่ายังไม่ควรเปิดเผย

            ต้องขอขยายเวลาส่งเก็บรักษา โดยขยายเวลาไม่เกินคราวละกี่ปี

            ก.    1 ปี                                                                                  ข.    5 ปี

            ค.    7 ปี                                                                                  ง.     10 ปี

            ตอบ  ข.  5 ปี

17.      ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

            ก.    คณะกรรมการมีทั้งหมด 23 คน โดยตำแหน่ง 14 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน

            ข.    คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี แต่งตั้งอีกก็ได้แต่ไม่เกิน 2 วาระ

            ค.    การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการคือเสียงข้างมาก

            ง.     คณะกรรมการพิจารณาคำร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากจำเป็นขยายเวลาอีก

                    ไม่เกิน 30 วัน

            ตอบ  ข.  คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี แต่งตั้งอีกก็ได้แต่ไม่เกิน 2 วาระ

18.      ใครไม่ได้เป็นคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ขสร.)

            ก.    ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี                                          ข.    เลขาธิการ ศ.พ.

            ค.    ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ                                 ง.     ปลัดกระทรวงยุติธรรม

            ตอบ  ข.  เลขาธิการ ศ.พ.

19.      ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับคณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสารฯ

            ก.    มีจำนวน 5 คณะแต่งตั้งโดย ครม. ตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารเสนอ

            ข.    คณะกรรมการแต่ละคณะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน

            ค.    เลขานุการ, ผู้ช่วยเลขานุการแต่ละคณะแต่งตั้งจากข้าราชการประจำ

            ง.     การพิจารณาเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดกรรมการที่แต่งตั้งจากหน่วยงานรับข้อมูลไปพิจารณา

            ตอบ  ง.  การพิจารณาเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดกรรมการที่แต่งตั้งจากหน่วยงานรับข้อมูลไป

                            พิจารณา

20.      เมื่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารได้รับข้ออุทธรณ์จากผู้ขอ ต้องส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลสาขานั้นๆ ภายในกี่วัน นับตั้งแต่คณะกรรมการได้รับคำอุทธรณ์

            ก.    5 วัน                                                                               ข.    7 วัน

            ค.    10 วัน                                                                             ง.     15 วัน

            ตอบ  ข.  7 วัน

21.      ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

            ก.    คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลให้ถือเป็นที่สุด

            ข.    กรรมการวินิจฉัยข้อมูลจะไม่เป็นเลขานุการในคณะนั้นๆ

            ค.    ระเบียบการรักษาความปลอดภัยยังใช้อยู่ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง

            ง.     คณะกรรมการแต่ละคณะมี 3 คน

            ตอบ  ง.  คณะกรรมการแต่ละคณะมี 3 คน

22.      ผู้ใดที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารเรียกมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งวัสดุเอกสาร พยานมาให้แต่ไม่

            ทำตามคำสั่งของคณะกรรมการ มีบทบาทลงโทษตามข้อใด

            ก.    จำคุกไม่เกิน 3 เดือน                                                    ข.    ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

            ค.    ทั้งจำ ทั้งปรับ                                                                ง.     ถูกทุกข้อ

            ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ

23.      ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบตามข้อจำกัดตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนด ทำให้มีความรับผิดชอบตามกฎหมาย ต้องได้รับโทษตามข้อใด

            ก.    จำคุกไม่เกิน 1 ปี                                                           ข.    จำคุกไม่เกิน 2 ปี

            ค.    ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท                                              ง.     ข้อ ก หรือ ค หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ตอบ  ง.  ข้อ ก หรือ ค หรือทั้งจำทั้งปรับ

24.      รัฐธรรมนูญมาตราใดบ้าง ที่กล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

            ก.    มาตรา 58                                                                       ข.    มาตรา 59

            ค.    มาตรา 60                                                                       ง.     เฉพาะข้อ ก, ข เท่านั้น

            ตอบ  ง.  เฉพาะข้อ ก, ข เท่านั้น

25.      ข้อใดเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสาร

            ก.    พิจารณาวินิจฉัย อุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูล

            ข.    พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งที่ให้รับคำคัดค้าน

            ค.    พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคล

            ง.     ถูกทุกข้อ

            ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ



จำหน่ายแนวข้อสอบใหม่ล่าสุด   รวมทุกอย่างที่ออกสอบ
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่  โทร 081-047-7807  (ครูนก)
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท 
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ 
เลขที่บัญชี 
409-0-84237-9 ธ.กรุงไทย สาขามหาสารคาม  
ชื่อบัญชี วิมล
 พระกาย  ออมทรัพย์ 
โอนเงินแล้วแจ้งที่  nokkaten_maree@hotmail.com


admin 2013-03-04 14:09
พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
66. พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
    “ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ 
                  ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งของนั้นเอง หรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และ
                  ไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม
                    การบันทึกภาพหรือเสียงการบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทำไว้ปรากฏได้
                “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
                   ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกชน
    “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เช่น การศึกษา ฐานการเงิน
                   ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้นหรือมีเลขหมายรหัส
                   หรือสิ่งของบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลายพิมพ์ลายนิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะ เสียงของคน
                    หรือรูปถ่ายและให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย
67. หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชการกิจจานุเบกษา คือ
1) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
2) สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ และวิธีการดำเนินงาน
3) สถานที่ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
4) กฎ มติครม. ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบายหรือการตีความ
5) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
68. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปิดเผยมิได้
69. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่   
          ของรัฐ อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของ
          รัฐ ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน คือ
    1) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่าง
                 ประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
    2) การเปิดเผยจะทำให้การบังคับให้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตาม
                 วัตถุประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดี การป้องกัน การปราบปราม การทดสอบ การ
                 ตรวจสอบหรือการรู้แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารหรือไม่ก็ตาม
    3) ความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานองรัฐในการดำเนินการเรื่องใด แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง
                 รายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการนำความเห็นหรือ
                 การแนะนำภายในดังกล่าว
    4) การเปิดเผย จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
    5) รายงานการแพทย์หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล
                 โดยไม่สมควร
    6) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดย
                 ไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำมาเปิดเผยต่อผู้อื่น
70. “บุคคล” ตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หมายความว่าบุคคลธรรมดาที่มี
สัญชาติไทยและบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นอยู่ในประเทศไทย
71. “ บุคคลในครอบครัว” ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2526 
         หมายถึง     1) คู่สมรส
        2) บุตร
        3) บิดา มารดาของผู้เดินทางและหรือบิดามารดาของคู่สมรส
        4) ผู้ติดตาม

72. “ภูมิลำเนาเดิม” หมายความว่า ท้องที่ที่เริ่มรับราชการ กลับเข้ารับราชการใหม่ หรือได้รับการบรรจุ
          เป็นลูกจ้างครั้งแรกหรือครั้งสุดท้ายแล้วแต่กรณี
73. การเดินทางไปราชการชั่วคราวได้แก่
    1) การปฏิบัติราชการชั่วคราวนอกสถานที่ตั้งสำนักงานซึ่งปฏิบัติราชการปกติตามคำสั่ง
                 ผู้บังคับบัญชา หรือตามหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการ
    2) การไปสอบคัดเลือก หรือรับการคัดเลือก ตามที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา
    3) การไปช่วยราชการ ไปรักษาการในตำแหน่ง หรือไปรักษาราชการแทน
    4) การเดินทางไปราชการเฉพาะระหว่างเวลาที่อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ซึ่งรับราชการประจำ
                 ในต่างประเทศ
    5) การเดินทางข้ามแดนชั่วคราว เพื่อไปปฏิบัติราชการในดินแดนต่างประเทศ ตามข้อตกลง
                 ระหว่างประเทศ
74. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้แก่
    1) ค่าเบี้ยเลี้ยง
    2) ค่าเช่าที่พัก
    3) ค่าพาหนะ  รวมถึงการเช่ายานพาหนะ หรือพลังงานสำหรับยานพาหนะ ค่าระวางบรรทุก
                    ค่าจ้างคนหาบหามและอื่น ๆ ทำนองเดียวกัน
    4) ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อในการเดินทางไปราชการ
75. การนับเวลาเดินทางไปราชการ เพื่อคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้นับตั้งแต่เวลาออกจากสถานที่อยู่
         หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติจนถึงกลับสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการแล้วแต่กรณี
          เวลาเดินทางไปราชการให้นับ 24ชั่วโมง เป็นหนึ่งวัน ถ้าไม่ถึง 24 ชั่วโมง หรือเกิน 24 ชั่วโมง 
         และส่วนที่ไม่ถึงหรือเกิน 24 ชั่วโมง ถ้านับได้เกิน 12 ชั่วโมง ให้นับเป็นหนึ่งวัน
76. การเดินทางไปราชการเป็นหมู่คณะ เบิกค่าเช่าที่พักได้ดังนี้
      ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 8 ลงมาหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าให้พักแรมรวมกัน 2 คนต่อห้อง โดยเบิกค่าเช่าที่พักได้
                เท่าที่จ่ายจริงในอัตราค่าเช่าห้องพักคู่คนละไม่เกินร้อยละ 70 ของอัตราค่าเช่าห้องพักคนเดียว
                เว้นแต่กรณีที่ไม่เหมาะสมจะพักรวมกัน หรือมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้
                 ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงในอัตราค่าเช่าห้องพักคนเดียว
77. ในกรณีที่เบิกค่าเช่าที่พักในลักษณะเหมาจ่ายวันละไม่เกิน 1,000 บาท
78. การเดินทางไปสอบคัดเลือกหรือรับการคัดเลือก หรือการเดินทางไปราชการในกรณีนำบุคคลไม่มี
          สิทธิไปด้วย ผู้เดินทางไปราชการจะเบิกค่าพาหนะรับจ้างไป กลับ ระหว่างสถานที่พักไม่ได้
79. ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายใยการฝึกอบรม ใช้ระเบียบ พ.ศ.2549 โดยยกเลิก
          ระเบียบเดิมทั้งหมด

80. การฝึกอบรมระดับต้น หมายถึง การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลกรของรัฐ
          ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 1 ถึงระดับ 2 หรือมีระดับตำแหน่งเทียบเท่าข้าราชการระดับ 1 และ 2
81. การฝึกอบรมระดับกลาง หมายถึง การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลกรของรัฐ
          ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ  3  ถึงระดับ 8
82. บุคคลที่จะเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ตามระเบียบฯ ได้แก่
    1) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติและผู้ติดตาม
    2) เจ้าหน้าที่
    3) วิทยากร
    4) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    5) ผู้สังเกตการณ์
83. หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรเป็นดังนี้
    1) ชั่วโมงฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรไม่เกิน 1 คน
    2) ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปราย หรือสัมมนาเป็นหมู่คณะ ให้จ่ายค่าสมนาคุณ
                 วิทยากรได้ไม่เกิน 5 คน โดยรวมถึงผู้ดำเนินการอภิปราย
84. การนับชั่วโมงการฝึกอบรมให้นับตามเวลาที่กำหนดในตารางการฝึกอบรม โดยไม่ต้องหักเวลาที่พัก
         รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม แต่ละชั่วโมงของการฝึกอบรมต้องมีกำหนดเวลาการฝึกอบรม
         ไม่น้อยกว่า 50 นาที กรณีกำหนดเวลาการฝึกอบรมไม่ถึง 50 นาที แต่ไม่น้อยกว่า 25 นาทีให้เบิก
         ค่าสมนาคุณวิทยากรได้ครึ่งหนึ่ง
85. อัตราค่าสมนาคุณวิทยากร
    1) วิทยากรที่เป็นบุคคลของรัฐ ให้ได้รับค่าสมนาคุณวิทยากรสำหรับการฝึกอบรม ระดับต้น 
                 ระดับกลางและบุคคลภายนอก ไม่เกิน ชั่วโมงละ 600 บาท สำหรับการฝึกอบรมระดับสูง 
                 ไม่เกินชั่วโมงละ 800 บาท
    2) วิทยากรที่ไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1 ให้ได้รับค่าสมนาคุณวิทยากรในการฝึกอบรมระดับต้น 
                 ระดับกลาง และบุคคลภายนอก ไม่เกินชั่วโมงละ 1,200 บาท สำหรับการฝึกอบรมระดับสูง
                 ไม่เกินชั่วโมงละ 1,600 บาท
86. การจัดฝึกอบรมบุคคลภายนอก
    1) การจัดฝึกอบรมที่ไม่จัดอาหารทั้ง 3 มื้อ ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไม่เกินคนละ 120 บาท/วัน
    2) การฝึกอบรมมีจัดอาหารให้ 2 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไม่เกินคนละ 80 บาท/วัน
    3) การฝึกอบรมที่จัดอาหารให้ 1 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไม่เกินคนละ 40 บาท/วัน
87. อัตราค่าอาหารในการฝึกอบรม
    1) การฝึกอบรมระดับต้น ระดับกลางและการฝึกอบรมบุคคลภายนอก
        - ถ้าจัดอาหารครบทุกมื้อไม่เกิน 500 บาท
        - ถ้าจัดไม่ครบทุกมื้อไม่เกิน 300 บาท
    2) การฝึกอบรมระดับสูง
        - ถ้าจัดอาหารครบทุกมื้อไม่เกิน 700 บาท
        - ถ้าจัดไม่ครบทุกมื้อไม่เกิน 500 บาท
88. ตามระเบียบของทางราชการ “รถยนต์ราชการ” มีกี่ประเภท และหมายถึงรถยนต์ในลักษณะใด
    ตอบ     4 ประเภท รถประจำตำแหน่ง รถส่วนกลาง รถรับรอง และรถอารักขา


admin 2013-03-04 14:10
ข้อสอบ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

1. สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการมีชื่อย่อว่าอะไร
ก. สขร. 
ข. สขม.
ค. สขก. 
ง. สขช.

2. พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
ก. ถัดจากวัดประกาศในราชกิจจานุเบกษา 
ข. 90 วัน
ค. 120 วัน 
ง. 180 วัน

3. พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 บังคับใช้วันที่
ก. 9 มกราคม 2540 
ข. 9 ธันวาคม 2539
ค. 9 ธันวาคม 2540 
ง. 8 ธันวาคม 2540

4. ข้อมูลข่าวสารคือ
ก. สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ 
ข. การสื่อสารถึงกัน
ค. ข่าวที่นักข่าวนำเสนอ 
ง. ถูกทุกข้อ

5. ข้อใดไม่เป็นข้อมูลข่าวสาร
ก. แฟ้ม 
ข. รูปถ่าย 
ค. ภาพวาด 
ง. ภาพถ่าย

6. ข้อมูลข่าวสารของราชการคือ
ก. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
ข. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของเอกชน
ค. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของรัฐและเอกชน
ง. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของมูลนิธิ

7. ข้อใดไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ก. ราชการส่วนท้องถิ่น 
ข. ราชการสังกัดรัฐสภา
ค. ศาล 
ง. ศาลเฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี

8. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
ก. รูปถ่าย 
ข. ประวัติการทำงาน
ค. ฐานะการเงิน 
ง. การบันทึกภาพหรือเสียง

9. ข้อใดคือความหมาของคนต่างด้าว
ก. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย แต่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ข. บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ค. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ง. บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

10. ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นคนต่างด้าว
ก. บริษัทชุมชนของเราจำกัดมีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่เกินกึ่งหนึ่ง
ข. สมาคมรักไทยมีสมาชิกทั้งหมด 988 คน เป็นคนต่างด้าว 450 คน
ค. มูลนิธิไก่ชนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว
ง. สมาคมสู้เพื่อแผ่นดิน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของคนไทย

11. ใครเป็นผู้รักษาการตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ก. นายกรัฐมนตรี 
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
ง. ถูกทุกข้อ

12. ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าสารขึ้นในหน่วยงานใด
ก. สำนักนายกรัฐมนตรี 
ข. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 
ง. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

13. ข้อใดไม่ใช้หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าสาร
ก. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการและธุรการให้แก่ คณะกรรมการ
ข. ให้คำปรึกษาแก่เอกชนในการปฏิบัติตาม พรบ. นี้
ค. ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ
ง. ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานรัฐในการปฏิบัติตาม พรบ. นี้

14. ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
ก. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน 
ข. สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคับและวิธีดำเนินงาน
ค. สถานที่ติดต่อเพื่อของรับข้อมูลข่าวสาร 
ง. ถูกทุกข้อ

15. ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดต้องจัดไว้ให้ประชาชนได้เข้าตรวจดู
ก. ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน
ข. แผนงาน โครงการ งบประมาณรายจ่ายปะจำปี
ค. สัญญาสัมปทานที่เป็นการผูกขาดตัดตอน
ง. ถูกทุกข้อ

16. ผู้ใดเห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดข้อมูลข่าวสารให้ประชาได้เข้าตรวจดูสามารร้องเรียนต่อหน่วยงานใด
ก. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ 
ข. คณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
ค. ศาลปกครอง 
ง. คตส.

17. เมื่อมีการร้องเรียนว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดข้อมูลข่าวสารให้ประชาได้เข้า ตรวจดูให้คณะกรรมการตามข้อ 16พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
ก. 15 วัน 
ข. 30 วัน
ค. 60 วัน 
ง. 90 วัน

18. กรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาตามข้อ ข้อ 17 ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินกี่วัน
ก. 15 วัน 
ข. 30 วัน
ค. 45วัน 
ง. 60วัน

19. ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดจะเปิดเผยมิได้
ก. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 
ข. มติคณะรัฐมนตรี
ค. รายงานแพทย์ 
ง. ข้อมูลส่วนตัว

20. ข้อมูลข่าวสารข้อใดที่หน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผย
ก. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ
ข. การเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ
ค. การเปิดเผยอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
ง. ถูกทุกข้อ

21. เจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอาจกระทบกับส่วนได้เสียของผู้ใด ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้นั้น
คัดค้านภายในกี่วัน
ก. 15 วัน 
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน 
ง. 60 วัน

22. ถ้าเจ้าหน้าที่มีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าว
สารภายในกี่วัน
ก. 15 วัน 
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน 
ง. 60 วัน

23. ถ้าเจ้าหน้าที่มีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านของผู้มีประโยชน์ได้เสียผู้นั้น อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในกี่วัน
ก. 15 วัน 
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน 
ง. 60 วัน

24. “บุคคล” ในความหมายข้อใดถูกต้อง
ก. บุคคลธรรมดาทีไม่มีสัญชาติไทย 
ข. บุคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย
ค. บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย 
ง. ถูกทุกข้อ

25. หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลได้ในกรณีใด
ก. ได้โดยไม่ต้องได้ความยินยอม 
ข. ไม่ได้เลยไม่ว่ากรณีใดๆ
ค. ถ้าได้รับความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้า 
ง. ได้ถ้าบุคคลที่เกี่ยวข้องยินยอม

26. หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมได้ในกรณีใดบ้าง
ก. ต่อหน่วยงายของรัฐด้านการวางแผน 
ข. เป็นการให้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย
ค. ต่อจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร 
ง. ถูกทุกข้อ

27. ผู้ใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องให้ ยืนคำร้องเพื่อขอแก่ไขต่อหน่วยงานใด
ก. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ 
ข. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ค. หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแล 
ง. ถูกทั้ง 3 ข้อ

28. ผู้ใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องให้ ยืนคำร้องเพื่อขอแก่ไข เปลี่ยนแปลง ถ้าหน่วย
งานของรัฐไม่แก่ไข เปลี่ยนแปลง ให้อุทธรณ์ต่อใคร
ก. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ 
ข. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ค. หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแล 
ง. ศาลปกครอง

29. ผู้ใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องให้ ยืนคำร้องเพื่อขอแก่ไข เปลี่ยนแปลง ถ้าหน่วย
งานของรัฐไม่แก่ไข เปลี่ยนแปลง ให้อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการตาม ข้อ 28 ภายในกี่วัน
ก. 15 วัน 
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน 
ง. 60 วัน

30. ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ประสงค์จะเก็บรักษา หรือมีอายุครบกำหนดให้ส่งมอบให้แก่หน่วยงานใด
ก. สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ 
ข. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
ค. กระทรวงวัฒนธรรม 
ง. กรมการศาสนา


admin 2013-03-04 14:10

31. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้า
เมื่อมีอายุครบกี่ปี
ก. 60 ปี 
ข. 75 ปี
ค. 80 ปี 
ง. 100 ปีขึ้นไป

32. ข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงขอประเทศ จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อมีอายุครบกี่ปี
ก. 20 ปี 
ข. 25 ปี
ค. 35 ปี 
ง. 75 ปีขึ้นไป

33. รายงานแพทย์ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร จะจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าเมื่อมีอายุครบกี่ปี
ก. 20 ปี 
ข. 25 ปี
ค. 35 ปี 
ง. 75 ปีขึ้นไป

34. หน่วยงานของรัฐเห็นว่าข้อมูลข่าวสารใดไม่สมควรเปิดเผย ให้ขยายเวลาได้ไม่เกินคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี 
ข. 3 ปี
ค. 5 ปี 
ง. 7 ปี

35. บุคคลใดเป็นประธานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. นายกรัฐมนตรี 
ข. รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 
ง. รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

36. บุคคลใดไม่ได้เป็นคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย 
ข. ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ค. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
ง. ปลัดกระทรวงพาณิชย์

37. ใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. คณะรัฐมนตรี 
ข. รัฐสภา
ค. นายกรัฐมนตรี 
ง. พระมาหากษัตริย์

38. ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการมีทั้งหมดกี่คน
ก. 6 คน 
ข. 9 คน
ค. 12 คน 
ง. 15 คน

39. ใครเป็นเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ก. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 
ข. บุคคลที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ค. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 
ง. บุคคลที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง

40. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้กี่คน
ก. 1 คน 
ข. 2 คน
ค. 3 คน 
ง. 4 คน

41. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการสรรหา 
ข. 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
ค. 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการสรรหา 
ง. 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

42. การพ้นจากตำแหน่งของผู้ทรงคุณวุฒิในข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ตาย 
ข. คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย
ค. ลาออก 
ง. นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความบกพร่อง

43. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ก. คณะรัฐมนตรี 
ข. รัฐสภา
ค. นายกรัฐมนตรี 
ง. พระมาหากษัตริย์

44. ข้อใดไม่ใช้ความรู้ความเชียวชาญของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ก. ความมั่นคงของประเทศ 
ข. เศรษฐกิจแลการคลังของประเทศ
ค. การบริหารประเทศ 
ง. การบังคับใช้กฎหมาย

45. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่ากี่คน
ก. 3 คน 
ข. 5 คน
ค. 9 คน 
ง. 12 คน

46. ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการส่งคำอุทธรณ์ให้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ภายในกี่วัน นับแต่ที่ได้รับคำอุทธรณ์
ก. 7 วัน 
ข. 12 วัน
ค. 15 วัน 
ง. 30 วัน

47. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ (ตามมาตรา 32) ไม่มาให้ถ้อยคำ ส่งวัตถุเอกสาร หรือพยานหลัก
ฐาน ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 15,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

48. ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดหรือเงือนไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนด (ตามมาตรา 20) ต้องระวางโทษ
ตามข้อใด
ก. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

49. ค่าธรรมเนียมในการทำขอทำสำเนาจากหน่วยงานของรัฐข้อใดไม่ถูกต้อง (ออกตามประกาศ)
ก. เอ 4 หน้าละไม่เกิน 1 บาท 
ข. บี 4 หน้าละไม่เกิน 2 บาท
ค. กระดาษพิมพ์เขียวเอ 2 หน้าละไม่เกิน 8 บาท 
ง. กระดาษพิมพ์เขียวเอ 1 หน้าละไม่เกิน 20 บาท

50. กฎหมายใดถ้าไม่ขัดหรือแย้งกับ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ให้บังคับใช้ต่อไป
ก. ระเบียบว่าด้วยการักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517
ข. ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
ค. พรบ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
ง. พรบ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

เฉลยข้อสอบ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

1. ก. สขร.
2. ข. 90 วัน
3. ค. 9 ธันวาคม 2540
4. ก. สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ
5. ข. รูปถ่าย
6. ก. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
7. ค. ศาล
8. ง. การบันทึกภาพหรือเสียง
9. ง. บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
10. ค. มูลนิธิไก่ชนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว
11. ก. นายกรัฐมนตรี
12. ข. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
13. ง. ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานรัฐในการปฏิบัติตาม พรบ. นี้
14. ง. ถูกทุกข้อ
15. ง. ถูกทุกข้อ
16. ก. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
17. ข. 30 วัน
18. ง. 60วัน
19. ก. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
20. ง. ถูกทุกข้อ
21. ก. 15 วัน
22. ก. 15 วัน
23. ก. 15 วัน
24. ข. บุคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย
25. ค. ถ้าได้รับความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้า
26. ง. ถูกทุกข้อ
27. ค. หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแล
28. ข. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
29. ข. 30 วัน
30. ข. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
31. ข. 75 ปี
32. ก. 20 ปี
33. ก. 20 ปี
34. ค. 5 ปี
35. ข. รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
36. ง. ปลัดกระทรวงพาณิชย์
37. ก. คณะรัฐมนตรี
38. ข. 9 คน
39. ข. บุคคลที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
40. ข. 2 คน
41. ข. 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
42. ง. นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความบกพร่อง
43. ก. คณะรัฐมนตรี
44. ค. การบริหารประเทศ
45. ก. 3 คน
46. ก. 7 วัน
47. ก. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
48. ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
49. ง. กระดาษพิมพ์เขียวเอ 1 หน้าละไม่เกิน 20 บาท
50. ก. ระเบียบว่าด้วยการักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517 


เวอร์ชันเต็ม: [-- รวมแนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 --] [-- top --]


Powered by PHPWind v7.5 SP3 Code ©2003-2010 PHPWind
Time 0.055898 second(s),query:2 Gzip enabled

You can contact us