ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : รวม-สรุปแนวข้อสอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555-2559)
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

รวม-สรุปแนวข้อสอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555-2559)

มีโอกาสเข้าร่วมประชุมสัมมนาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) ในฐานะเป็นตัวแทนจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เนื้อหาสาระหลักๆ ของแผนฯ ฉบับที่ 11 ได้ประมวลไว้ใน วิสัยทัศน์ 3 พันธกิจ 3 วัตถุประสงค์ 4 เป้าหมายหลัก และ 7 ยุทธศาสตร์ ตามการศึกษาจากบริบทตลอดจนจุดแข็ง จุดอ่อนโอกาสและภัยคุกคามของประเทศไทย ดังนี้คือ :-

วิสัยทัศน์ "ประเทศมีความมั่นคงเป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง" 

3 พันธกิจ ได้แก่ การพัฒนาฐานการผลิตและบริการ การสร้างความเป็นธรรมและ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และสร้างภูมิคุ้มกันจากวิกฤตการณ์

3 วัตถุประสงค์ เพื่อให้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และพร้อมเชิญกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นสุข

4 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งสมดุล ความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น มีหลักประกันสังคมที่ทั่วถึง และสังคมไทยมีความสุขอย่างมีธรรมาภิบาล

7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การสร้างฐานการผลิตให้เข้มแข็ง สมดุล อย่างสร้างสรรค์ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต การค้า การลงทุน การพัฒนาคุณภาพคน ทั้งความรู้คู่คุณธรรม สังคม มั่นคงเป็นธรรม มีพลังและเอื้ออาทร เน้นการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงของพลังงานและอาหาร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 



จะเห็นได้ว่า แผนฉบับที่ 11 นั้น เน้นการ "ตั้งรับ" มากกว่า "รุก" โดยเน้นการป้องกันปัญหาจากวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเราเพิ่งผ่านวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลก และวิกฤตการณ์ทางการเมืองภายในประเทศมาหมาดๆ

การเน้น "ภูมิคุ้มกัน" นั้นเป็นเพียงเป้าหมายขั้นต่ำเหมือนคนที่ปลอดโรค เพราะมีภูมิต้านทานโรค แต่ไม่ได้บอกว่าสุขภาพแข็งแรงมีกำลังวังชาดีเพียงไร

เชื่อว่าพวกเราไม่ได้ต้องการเพียงให้ประชาชนพอมีกินประชาชนควรจะ "กินดีอยู่ดี" และมี "คุณภาพชีวิต" ที่ดีขึ้นกว่าเดิม อีกนัยหนึ่ง ผลโดยรวมประเทศไม่ควรมีสถานะเพียงเกณฑ์เฉลี่ยของประเทศอาเซียนด้วยกันหรือเพียงแต่ดีกว่า พม่า ลาว กัมพูชา บ้าง แต่เราควรจะตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความ "มั่งคั่ง" อยู่ในชั้นแนวหน้าของอาเซียน ที่จะแข่งขันกับประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ได้ และตัวอย่างที่ดีๆ ของประเทศนอกอาเซียนอื่นๆ เช่น เกาหลี และจีน เป็นต้น

เมื่อประเทศไทยมีความ "มั่งคั่ง" แล้วก็ไม่ต้องห่วงถึงปัญหาของ "ภูมิคุ้มกัน" อีก



การลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรบอกเป็นตัวเลขที่ชัดเจนว่า จะลดสัดส่วนความแตกต่างของคนจน คนรวย และจำนวนร้อยละของคนจนในประเทศลงเท่าไร



เป้าหมายต่างๆ ก็ควรตั้งเป็นตัวเลขดัชนีชี้วัด เช่น ความสุข รายได้ หนี้สิน อุบัติภัย อบายมุข ฯลฯ

ส่วน "ความสุข" ของสังคมนั้น แผนฉบับที่ 11 ของ สศช. ได้กล่าวไว้ในวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักว่า สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แต่ไม่ได้แสดงไว้ในวิสัยทัศน์ และไม่ได้เน้นถึง "ความสุขของแต่ละครัวเรือน" ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นวัตถุประสงค์และเป้าหมายอันดับแรกๆ ที่ประชาชนคนไทยต้องการ

"ความสุขของประชาชน" นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกพยายามทำให้เกิดผล และเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงความสำเร็จของการบริหารประเทศ

"ความสุขของประชาชน" นั้น ควรจะเกิดจากการที่ประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะมีสิ่งแวดล้อมดี ปลอดจากมลพิษภยันตรายต่างๆ ทั้ง ปัญหาอาชญากรรม อุบัติภัย และสารพิษปนเปื้อนต่างๆ อีกทั้ง ประชาชนต้องไม่มัวเมาในอบายมุข เช่น การพนัน เป็นต้น อันเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ ความยากจนเรื้อรังและปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ตามมาอีกมากมาย

"วิสัยทัศน์" ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้น เป็นองค์รวมที่แสดงถึงแนวทางนโยบายในการพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงควรทำให้ประชาชนทุกคนเข้าใจตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ของรัฐฯ และเอกชนที่จะพัฒนาไปในแนวทางเดียวกัน ดังนั้น ควรใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และควรสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เข้าใจและรับทราบอย่างทั่วถึง

ยุคสมัยหนึ่ง ผู้นำไทยเคยตั้งวิสัยทัศน์ด้วยถ้อยคำที่ จำง่าย เข้าใจง่าย ใจความชัดเจน ทำให้ประชาชนทั่วไปจำได้เป็นเวลานาน เช่น "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ"

วิสัยทัศน์ตามร่างของสภาพัฒน์ฯ ฉบับที่ 11 นั้น ถ้านำมาปรับปรุงให้เนื้อหาสาระครบถ้วน ทั้งความสุข ความมั่นคง และครอบคลุมทั้งประชาชน สังคม และประเทศ โดยจัดถ้อยจัดคำให้ง่ายต่อความเข้าใจแล้วก็ควรจะเป็น

"ประชาสุขสันต์ สังคมมั่งคง ประเทศมั่งคั่ง"

จำหน่ายแนวข้อสอบใหม่ล่าสุด   รวมทุกอย่างที่ออกสอบ
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่  โทร 081-047-7807  (ครูนก)
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท 
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ 
เลขที่บัญชี 
409-0-84237-9 ธ.กรุงไทย สาขามหาสารคาม  
ชื่อบัญชี วิมล
 พระกาย  ออมทรัพย์ 
โอนเงินแล้วแจ้งที่  nokkaten_maree@hotmail.com

สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร.  081-0477807 (ครูนก)
nokkaten_maree@hotmail.com
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉ.11

คำสั่ง  ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ 11  ประกาศเมื่อใด
ก.  1 ตุลาคม  2553    ข.  1 ตุลาคม  2554
ค.  1 กันยายน  2555    ง.  1 กันยายน  2555
จ.  1 มกราคม  2556
ตอบ  ข.  1 ตุลาคม  2554
2.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11  ใช้เมื่อใด
ก.  1 ตุลาคม 2555 - 1 กันยายน  2559
ข.  1 ตุลาคม  2554 - 30 กันยายน  2559
ค.  1  มกราคม  2554 - 1 กันยายน  2558
ง.  1 มกราคม 2555 - 30 กันยายน  2559
จ.  1 มกราคม  2556 -  31 ธันวาคม  2560
ตอบ   ข.  1 ตุลาคม  2554 - 30 กันยายน  2559
3.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11  เริ่มใช้สมัยใครเป็นนายกรัฐมนตรี
ก.  นายชวน  หลีกภัย    ข.  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ค.  นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร    ง.  พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์
ง.  นายสมัคร  สุนทรเวช
ตอบ  ค.  นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร
4.    ข้อใดไม่ใช่ใม่ใช่แนวทางปฏิบัติในการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  
ก.  ใช้ทุนมนุษย์ 
ข.  เทคโนโลยีและนวัตกรรม 
ค.  ความปรองดอง
ง.  ยึดแนวนโยบายเศรษฐกิจคู่ขนาน
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ยึดแนวนโยบายเศรษฐกิจคู่ขนาน
5.    ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 คือข้อใด
ก.  แนวนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
ข.  แผนบริหารราชการแผ่นดิน
ค.  ความแตกแยกของคนในชาติ
ง.  การปรับโครงสร้างการพัฒนาประเทศ
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ค.  ความแตกแยกของคนในชาติ
6.    การวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  ในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11  เน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก.  การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน    
ข.  การปรับโครงสร้างการพัฒนาประเทศ
ค.  นโยบายเศรษฐกิจคู่ขนาน
ง.  หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จ.  ความปลองดองของคนในชาติ
ตอบ  จ.  ความปลองดองของคนในชาติ
7.    แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  นำไปใช้พัฒนาในระดับใด
ก.  ระดับครอบครัว    ข.  ระดับชุมชน
ค.  ระดับเมือง    ง.  ระดับประเทศ
จ.  ทุกระดับ
ตอบ   จ.  ทุกระดับ
8.    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน  แนวความคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อใด
ก.  1 มกราคม  2540    ข.  4 ธันวาคม  2540
ค.  1 มกราคม  2541    ง.  4 ธันวาคม  2541
จ.  5 ธันวาคม  2540
ตอบ  ข.  4 ธันวาคม  2540
9.    ข้อใดคือกรอบแนวคิดและหลักการของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
ก.  การพัฒนาโดยยึดรัฐเป็นศูนย์กลาง
ข.  พัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ค.  การพัฒนาโดยเน้นการศึกษา
ง.  การพัฒนาโดยเน้นแบบแยกส่วน
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ข.  พัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
10.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  ข้อใดคือเป้าหมายอันดับแรกของแผน
ก.  มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา
ข.  มีทักษะในการประกอบอาชีพ  มีความมั่นคง  มีศักดิ์ศรี  และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ค.  มีความสามัคคีกันของคนในชาติ
ง.  เศรษฐกิจเติบโตอย่างเหมาะสม
จ.  ความอยู่เย็นเป็นสุขและความสงบสุขของสังคมไทยเพิ่มขึ้น
ตอบ   จ.  ความอยู่เย็นเป็นสุขและความสงบสุขของสังคมไทยเพิ่มขึ้น
11.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของแผน
ก.  ชาติเจริญ มั่นคง                                ข. เน้นย้ำเศรษฐกิจพอเพียง ความสมดุลและยั่งยืน
ค.  อยู่เย็นเป็นสุข เท่าเที่ยมกัน                ง.  ดูแลคน ดูแลสิ่งแวดล้อม
จ. สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม 
ตอบ  จ. สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม
12.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 จะมีการ เพิ่มสัดส่วนประชากรที่สามารถเข้าถึงโครงข่ายคมนาคมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ได้
ก.  ร้อยละ 30    ข.  ร้อยละ 50
ค.  ร้อยละ 60    ง.  ร้อยละ 70
จ.  ร้อยละ 80
ตอบ  จ.  ร้อยละ 80
13.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 จะมีอัตราเพิ่มของการผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า
       ก.  ร้อยละ 3.0 ต่อ ปี    ข.  ร้อยละ 4.0 ต่อ ปี
       ค.  ร้อยละ 4.5 ต่อ ปี    ง.  ร้อยละ 5.0 ต่อ ปี
       จ.  ร้อยละ 6.0 ต่อ ปี
ตอบ  ก.  ร้อยละ 3.0 ต่อ ปี
14.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ข้อใดคือการสร้างภูมิคุ้มกันของคนในชาติ
ก. คนไทยมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข.  คนไทยตระหนักถึงคุณค่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
ค.  สถาบันทางสังคมมีความเข้มแข็ง
ง.  การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางครอบครัว
จ.  ถูกทั้งข้อ ก ข และ ค
ตอบ  จ.  ถูกทั้งข้อ ก ข และ ค
15.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  กำหนดสัดส่วนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไว้อย่างไร
ก. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
ข. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
ค. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
ง. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  45  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 
จ.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่
ตอบ  ค. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  
16.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  กำหนดพื้นที่ป่าไม้ไว้อย่างไร
ก.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20  ของพื้นที่ประเทศ
ข.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18  ของพื้นที่ประเทศ
ค.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20  ของพื้นที่ประเทศ
ง.   ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 37   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 22  ของพื้นที่ประเทศ
จ.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 38   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 24  ของพื้นที่ประเทศ
ตอบ  ข.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18  ของพื้นที่ประเทศ
17.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11  กำหนดคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ  และแหล่งน้ำธรรมชาติให้อยู่ในเกณฑ์พอใช้และดีรวมกันเท่าไร
ก.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  70    ข.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  75
ค.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  80    ง.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  85
จ.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  90
ตอบ  ง.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  85 
สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร.  081-0477807 (ครูนก)
nokkaten_maree@hotmail.com
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 

22. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ใช้ระหว่าง พ.ศ.2550-2554  (ครม.เห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 15 ส.ค.49)
23. วิสัยทัศน์ประเทศไทยในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 มีสาระ  ดังนี้
       มุ่งพัฒนาสู่  “ สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน  คนไทยมีคุณธรรมนำความรอบรู้  รู้เท่าทันโลก  ครอบครัวอบอุ่น  ชุมชน
       เข้มแข็ง   สังคมสันติสุข  เศรษฐกิจมีคุณภาพและเป็นธรรม  สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืนอยู่ภายใต้
       ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล  ดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและอยู่ใน
       ประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี ”
24. พันธกิจ  ในการพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  มุ่งสู่  “ สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ”  ภายใต้แนวปฏิบัติของ      
       “ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ”  ดังนี้
        1) พัฒนาคนให้มีคุณภาพพร้อมคุณธรรมและรอบรู้อย่างเท่าทัน 
        2) เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ  เสถียรภาพ และเป็นธรรม
        3) ดำรงความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อม
        4) พัฒนาระบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาล ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข

25. เป้าหมาย  ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  มี  5  ด้าน  คือ
         1) ด้านการพัฒนาคุณภาพคน 2) ด้านการพัฒนาชุมชนและแก้ปัญหาความยากจน          3) ด้านเศรษฐกิจ                 
         4) ด้านการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม        5) ด้านธรรมาภิบาล
26. ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ   ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่  10  มี ดังนี้
         1) การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
         2) การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่มั่นคงของประเทศ
         3) การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและยั่งยืน
          4) การพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพและการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
          5) การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ
27. วัตถุประสงค์ ของการพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 
         1) เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้คู่คุณธรรม  จริยธรรมอย่างต่อเนื่อง
         2) เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน  เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
         3) เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตสู่การเพิ่มคุณค่าของสินค้าและบริการ
         4) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและระบบบริหารความเสี่ยง
         5) เพื่อสร้างระบบการแข่งขันด้านการค้าและการลงทุนให้เป็นธรรม
         6) เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
         7) เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ
28 . จริยธรรมที่ใช้ในการทำงานของผู้บริหารและนักพัฒนา
    อคติ    4  ประการ  คือ
        1. ฉันทาคติ    ความลำเอียงเพราะชอบ
        2. โทสาคติ    ความลำเอียงเพราะชั่ว
        3. โมหะคติ      ความลำเอียงเพราะหลง
        4. ภยาคติ      ความลำเอียงเพราะกลัว
     สังคหวัตถุ  4  ประการ  คือ
        1. ทาน   คือ  การให้
        2. ปิยวาจา  คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน
        3. อัตถจริยา  คือ  ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
        4. สมานัตตตา  คือ  การปฏิบัติตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย วางตัวสม่ำเสมอ
      พรหมวิหาร  4   ประการ  คือ
        1. เมตตา    ปรารถนาให้ผู้อื่นมีสุข
        2. กรุณา     ความสงสารช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
        3. มุทิตา     ความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข
        4. อุเบกขา  ความมีใจเป็นกลาง การวางเฉย
สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร.  081-0477807 (ครูนก)
nokkaten_maree@hotmail.com
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
คำสั่ง  ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ 10  ประกาศเมื่อใด?
ก.  1 ตุลาคม  2548    ข.  1 ตุลาคม  2549
ค.  1 กันยายน  2548    ง.  1 กันยายน  2549
จ.  1 มกราคม  2550
ตอบ  ข.  1 ตุลาคม  2549
2.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10  ใช้เมื่อใด?
ก.  1 ตุลาคม 2548 - 1 กันยายน  2554
ข.  1 ตุลาคม  2548 - 30 กันยายน  2554
ค.  1  มกราคม  2548 - 1 กันยายน  2554
ง.  1 มกราคม 2548 - 30 กันยายน  2554
จ.  1 มกราคม  2550 -  31 ธันวาคม  2554
ตอบ   ข.  1 ตุลาคม  2548 - 30 กันยายน  2554
3.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10  เริ่มใช้สมัยใครเป็นนายกรัฐมนตรี?
ก.  นายชวน  หลีกภัย    ข.  นายบรรหาร  ศิลปะอาชา
ค.  พ.ต.ท. ทักษิณ  ชินวัตร    ง.  พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์
ง.  นายสมัคร  สุนทรเวช
ตอบ  ง.  พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์
4.    แนวทางปฏิบัติที่ใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  ยึดแนวทางใด?
ก.  ยึดกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 8 และฉบับที่ 9
ข.  ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ค.  ยึดการมีส่วนร่วมของสังคม
ง.  ยึดแนวนโยบายเศรษฐกิจคู่ขนาน
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  จ.  ถูกทุกข้อ
5.    ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของแผนพัฒนาฯฉบับที่ 10 คือข้อใด?
ก.  แนวนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
ข.  แผนบริหารราชการแผ่นดิน
ค.  วิธีการบริหารกิจการบ้านเมือง
ง.  การปรับโครงสร้างการพัฒนาประเทศ
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  จ.  ถูกทุกข้อ
6.    การวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  ในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 10  เน้นเรื่องใดมากที่สุด?
ก.  การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน    
ข.  การปรับโครงสร้างการพัฒนาประเทศ
ค.  นโยบายเศรษฐกิจคู่ขนาน
ง.  หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จ.  การพัฒนาระดับรากหญ้า
ตอบ  ก.  การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
7.    แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  นำไปใช้พัฒนาในระดับใด?
ก.  ระดับครอบครัว    ข.  ระดับชุมชน
ค.  ระดับเมือง    ง.  ระดับประเทศ
จ.  ทุกระดับ
ตอบ   จ.  ทุกระดับ
8.    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน  แนวความคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อใด?
ก.  1 มกราคม  2540    ข.  4 ธันวาคม  2540
ค.  1 มกราคม  2541    ง.  4 ธันวาคม  2541
จ.  5 ธันวาคม  2540
ตอบ  ข.  4 ธันวาคม  2540
9.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10  ยึดแนวคิดใดเป็นหลักในการพัฒนา
ก.  การพัฒนาโดยยึดรัฐเป็นศูนย์กลาง
ข.  การพัฒนาโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง
ค.  การพัฒนาโดยเน้นการศึกษา
ง.  การพัฒนาโดยเน้นแบบแยกส่วน
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ข.  การพัฒนาโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง
10.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  เป้าหมายในการพัฒนาคน คือข้อใด
ก.  มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา
ข.  มีทักษะในการประกอบอาชีพ  มีความมั่นคง  มีศักดิ์ศรี  และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ค.  อายุเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเป็น 80 ปี
ง.  เพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเป็น 10 ปี
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ   จ.  ถูกทุกข้อ
11.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  ลดสัดส่วนผู้อยู่ใต้ความยากจนลง  จนถึงปี 255 ไว้เท่าไร?
ก.  ลดลงเหลือร้อยละ 2    ข. ลดลงเหลือร้อยละ 3
ค.  ลดลงเหลือร้อยละ 4    ง.  ลดลงเหลือร้อยละ 5
จ. ลดลงเหลือร้อยละ 7
ตอบ  ค.  ลดลงเหลือร้อยละ 4
12.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  กำหนดสัดส่วนภาคการผลิตเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเท่าไร
ก.  ร้อยละ 7 ภายในปี พ.ศ. 2554    ข.  ร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2554
ค.  ร้อยละ 15 ภายในปี พ.ศ. 2554    ง.  ร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2554
จ.  ร้อยละ 25 ภายในปี พ.ศ. 2554
ตอบ  ค.  ร้อยละ 15 ภายในปี พ.ศ. 2554
13.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  กำหนดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไว้เท่าไร
ก.  เฉลี่ยร้อยละ 3.0 - 3.5 ปี    ข.  เฉลี่ยร้อยละ 4.0 - 4.5 ปี
ค.  เฉลี่ยร้อยละ 5.0 - 5.5 ปี    ง.  เฉลี่ยร้อยละ 6.0 - 6.5 ปี
จ.  เฉลี่ยร้อยละ 3.5 - 4.5 ปี
ตอบ  ก.  เฉลี่ยร้อยละ 3.0 - 3.5 ปี
14.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10   กำหนดสัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้สูงสุด  และต่ำสุดเท่าไร  ภายในปีพ.ศ.  2554
ก.  กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20  แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ไม่เกิน 5 เท่า
ข.  กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20  แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ไม่เกิน 10 เท่า
ค.  กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20  แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ไม่เกิน 15 เท่า
ง.  กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20  แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 25 ไม่เกิน 10 เท่า
จ.  กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20  แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 25 ไม่เกิน 15 เท่า
ตอบ  ข.  กลุ่มที่มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20  แรก ต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ไม่เกิน 10 เท่า
15.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  กำหนดสัดส่วนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไว้อย่างไร
ก. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  
ข. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  
ค. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  
ง. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  45  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  
จ.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่
ตอบ  ค. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40  ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  
16.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  กำหนดพื้นที่ป่าไม้ไว้อย่างไร
ก.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20  ของพื้นที่ประเทศ
ข.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18  ของพื้นที่ประเทศ
ค.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20  ของพื้นที่ประเทศ
ง.   ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 37   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 22  ของพื้นที่ประเทศ
จ.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 38   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 24  ของพื้นที่ประเทศ
ตอบ  ข.  ป่าไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33   พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18  ของพื้นที่ประเทศ
17.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  กำหนดคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ  และแหล่งน้ำธรรมชาติให้อยู่ในเกณฑ์พอใช้และดีรวมกันเท่าไร
ก.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  70    ข.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  75
ค.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  80    ง.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  85
จ.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  90
ตอบ  ง.  ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  85
18.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10   กำหนดคุณภาพอากาศไว้อย่างไร
ก.  ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10)  ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง  ไม่เกิน  120 ม1. ลบ.ม.  อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ  5  จากปีพ.ศ. 2546  คือไม่เกิน 3.5 ตัน/คน/ปี
ข.  ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10)  ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง  ไม่เกิน  125 ม1. ลบ.ม.  อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ  5.5  จากปีพ.ศ. 2546  คือไม่เกิน 3.8 ตัน/คน/ปี
ค.  ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10)  ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง  ไม่เกิน  130 ม1. ลบ.ม.  อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ  6  จากปีพ.ศ. 2546  คือไม่เกิน 4 ตัน/คน/ปี
ง.  ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10)  ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง  ไม่เกิน  130 ม1. ลบ.ม.  อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ  6.5  จากปีพ.ศ. 2546  คือไม่เกิน 4.2 ตัน/คน/ปี
จ.  ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ก.  ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10)  ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง  ไม่เกิน  120 ม1. ลบ.ม.  อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ  5  จากปีพ.ศ. 2546  คือไม่เกิน 3.5 ตัน/คน/ปี
19.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  กำหนดการควบคุมอัตราการผลิตขยะในเขตเมืองไว้อย่างไร
ก.  ไม่ให้เกิน  1 กก./คน/วัน ของเสียอันตรายต่อชุมชนและอุตสาหกรรม  ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 80 ของปริมาณของเสียอัตราทั้งหมด
ข.  ไม่ให้เกิน  1.5 กก./คน/วัน ของเสียอันตรายต่อชุมชนและอุตสาหกรรม  ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 85 ของปริมาณของเสียอัตราทั้งหมด
ค.  ไม่ให้เกิน  2 กก./คน/วัน ของเสียอันตรายต่อชุมชนและอุตสาหกรรม  ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 80 ของปริมาณของเสียอัตราทั้งหมด
ง.  ไม่ให้เกิน  2.5 กก./คน/วัน ของเสียอันตรายต่อชุมชนและอุตสาหกรรม  ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 85 ของปริมาณของเสียอัตราทั้งหมด
จ. ไม่มีข้อถูก
ตอบ  ก.  ไม่ให้เกิน  1 กก./คน/วัน ของเสียอันตรายต่อชุมชนและอุตสาหกรรม  ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องร้อยละ 80 ของปริมาณของเสียอัตราทั้งหมด
สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร.  081-0477807 (ครูนก)
nokkaten_maree@hotmail.com
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
32.    ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาใช้ครั้งแรกในแผนพัฒนาฉบับใด
ก.  ฉบับที่  6    ข.  ฉบับที่ 7
ค.  ฉบับที่ 8    ง.  ฉบับที่ 9
จ.  ฉบับที่ 10
ตอบ  ง.  ฉบับที่ 9
33.    หลักการใดที่ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้อย่างมั่นคง  ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
ก.  หลักการความยืดหยุ่น    
ข. หลักการการพัฒนาคน
ค.  หลักการเศรษฐกิจพอเพียง    
ง.  หลักการพัฒนาประเทศแบบแยกส่วน
จ.  หลักการพึ่งตนเอง
ตอบ    ค.  หลักการเศรษฐกิจพอเพียง
34.    “ความพอเพียง”  ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  หมายถึงข้อใด?
ก.  ความพอประมาณ    ข.  ความมีเหตุผล
ค.  การมีภูมิคุ้มกันที่ใน    ง.  ข้อ ก. และ ข. ถูก
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  จ.  ถูกทุกข้อ
35.    การยำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในแผนพัฒนาฯ  คาดว่าจะเกิดผลในข้อใด
ก. การพัฒนาที่สมดุล
ข.  การพัฒนาที่ยั่งยืน
ค.  พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน
ง.  ความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนไทย
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  จ.  ถูกทุกข้อ
36.    ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10  การบริหารประเทศให้ดำเนินงานโดยยึดหลักตามข้อใด
ก.  ความโปร่งใส    ข.  ความเป็นธรรม
ค.  การมีประสิทธิภาพ    ง.  การประหยัด
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  จ.  ถูกทุกข้อ
37.    หลักในปฏิบัติเกี่ยวกับ “ทางสายกลาง”  ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ก.  เลือกทางปฏิบัติ  ทางความมั่นคง  ยั่งยืน
ข. เลือกทางปฏิบัติ  ทางความพอเพียง
ค.  เลือกทางปฏิบัติ  ให้บรรลุเป้าหมายมากที่สุด
ง.  เลือกทางปฏิบัติ  ซึ่งเป็นประโยชน์มากกว่ามากกว่า มีส่วนเสียน้อยกว่าหรือน้อยกว่าที่สุด
จ.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  จ.  ถูกทุกข้อ
38.    ปรัชญาทางเศรษฐกิจพอเพียง  หมายถึง
ก.  การเน้นความเท่าทันเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ข.  การมีจริยธรรม  มีขีดความสามารถในการแข่งขัน  เคารพกฎหมาย
ค.  การพัฒนาที่ยึดทางสายกลาง
ง.  การพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
จ.  การรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น
ตอบ  ค.  การพัฒนาที่ยึดทางสายกลาง
39.    ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีการค้าโลกในช่วงที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นผลเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญคือ
ก.  แรงงานไทยไว้ไร้คุณภาพ
ข.  ความสามารถในการบริการจัดการธุรกิจไว้ประสิทธิภาพ
ค.  ความล้าหลังในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ง.  กฎ  ระเบียบต่างๆ เป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการ
จ.  มีการพึงพาวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง
ตอบ  ค.  ใช้ช่วงที่ผ่านมานั้น  พบว่า สมรรถนะทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีการค้าในโลกได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง  ตลอดจนประสิทธิภาพการผลิตปรับตัวได้ช้า  ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุสำคัญในเรื่องของความล้าหลังในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
40.    แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1  มีลักษณะพิเศษ คือ
ก.  เป็นแผนที่กำหนดวัตถุประสงค์เดี่ยว  คือ  เร่งตัดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ข.  มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
ค.  มีการกระจายรายได้และบริการทางสังคม
ง.  ยึดพื้นที่เป็นหลักในการวางแผน  กำหนดแผนงานและโครงการ
จ.  เน้นการแก้ปัญหาความยากจนในชนบทล้าหลัง
ตอบ  ก.  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ( พ.ศ. 2504 - 2509 ) มีลักษณะพิเศษเป็นแผนที่กำหนดวัตถุประสงค์เดี่ยว (Single  Objective) คือ เร่งรัดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นหลักโดยเฉพาะการพัฒนาและการลงทุนสร้างสาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Infra Structure)  เช่น  การไฟฟ้า  ถนน  ประปา  โทรศัพท์ เป็นต้น
41.    แผนพัฒนาฯ ฉบับใดที่เริ่มมองเห็นความจำเป็นของการพัฒนาที่ยั่งยืน
ก.  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3    ข.  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4
ค.  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5    ง.  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6
จ.  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 7
ตอบ  จ.    แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) เป็นแบบแผนที่เริ่มมองเห็นความจำเป็นในการปรับแนวความคิดไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable  Development)  โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์หลักของแผ่นไว้  3  ประการ  คือ
              1.   รักษาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
              2.  กระจายรายได้และกระจายการพัฒนาไปสู่ภูมิภาคและชนบทให้สร้างขวางมากขึ้น
              3.  เร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  คุณภาพขึ้น  สิ่งแวดล้อม  และทรัพยากรธรรมชาติ
42.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 มีเป้าหมายเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างไร
ก.  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.2  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ข.  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.3  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ค.  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.4  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ง.  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
จ.  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.6  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ตอบ  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9  มีเป้าหมายเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนไม่น้อยกว่าร้อยละ  0.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 
สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร.  081-0477807 (ครูนก)
nokkaten_maree@hotmail.com
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้