ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : เตรียมสอบครู ผู้ช่วยกศน.และข้อสอบพร้อมเฉลย
sobdaidee ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

เตรียมสอบครู ผู้ช่วยกศน.และข้อสอบพร้อมเฉลย

แนวข้อสอบกฎหมาย (ครูผู้ช่วย)1. พรบ.กศน.2551ไม่ใช้บังคับ กับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานใด
ก. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
ข. สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน
ค. สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน
ง. ข้อ ก และ ข

2. ข้อใดคือ การศึกษานอกระบบ
ก. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้น
ข. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้
ค. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่เหมาะสมกับสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้
ง. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้

3. ข้อใดคือ การศึกษาตามอัธยาศัย
ก. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจำวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
ข. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจำวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามหลักสูตร และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
ค. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจำวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มีความยืดหยุ่น ตามความต้องการ โอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
ง. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจำวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามหลักสูตรและความยืดหยุ่นในโอกาสความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล

4. เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย คือ
ก. นายสุเมธ แย้มนุ่น
ข. นายธีระ จันทรรัตน์
ค. นายธงทอง จันทรางศุ
ง. นายอภิชาติ จีระวุฒ

5. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ 1 ของ การศึกษานอกระบบ
ก. ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง
ข. การกระจายอำนาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่าย
ค. การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียน
ง. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น

6. ข้อใดคือ หลักการข้อที่ 1 ของ การศึกษาตามอัธยาศัย
ก. ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง
ข. การกระจายอำนาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่าย
ค. การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียน
ง. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น

7. ข้อใดคือ เป้าหมายของการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. ได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข. ได้เรียนรู้สาระที่สอดคล้องกับความสนใจและความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต
ค. นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ
ง. ถูกทุกข้อ

8. ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมอบหมาย
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

9. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีกี่คน
ก. 17 คน
ข. 19 คน
ค. 21 คน
ง. 28 คน

10. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. เลขาธิการสภาการศึกษา
ข. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ค. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. เลขาธิการคุรุสภา

11.ข้อใดคือ สายด่วน กศน.
ก. 1669
ข. 1660
ค. 1559
ง. 1550

12. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาคีเครือข่าย
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ง. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

13.ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1
ง. ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด

14. ใครเป็นผู้จัดทำบัญชีรายชื่อสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ง. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน

15.การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ 14ให้ประกาศอย่างไร
ก. ประกาศเป็นกฎกระทรวง
ข. ประกาศเป็นประกาศกระทรวง
ค. ประกาศเป็นระเบียบกระทรวง
ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

16.การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามข้อ 14 ให้ประกาศภายในกี่วัน
ก. 30 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ข. 60 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ค. 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ง. 120 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

17. เหตุผลในการตราพ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2551 คือ
ก. เพื่อส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ข. เพื่อให้มีการประสานกับการศึกษาในระบบ
ค. เพื่อการบริหารงานที่คล่องตัวของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ง. เพื่อให้มีกฎหมายรองรับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

18.พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ก. 5 กุมภาพันธ์ 2551
ข. 6 กุมภาพันธ์ 2551
ค. 7 กุมภาพันธ์ 2551
ง. 8 กุมภาพันธ์ 2551

19.ข้อใดคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
ก. Individualized Education Plan
ข. Individualized Education Program
ค. Individualized Education Project
ง. Individualized Education Prompt

20.เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดทำ IEP คือ
ก. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางการเรียนรู้วิชาการ
ข. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางร่างกายและรับรู้
ค. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางการเรียนรู้วิชาการ
ง. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป และเด็กที่มีความพร้อมทางร่างกายและรับรู้

21.ครูการศึกษาพิเศษ ต้องคุณสมบัติตามข้อใด
ก. มีวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
ข. มีวุฒิทางการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
ค. มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรีขึ้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
ง. มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไปและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน

22. คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ มีกี่คน
ก. 17 คน
ข. 19 คน
ค. 21 คน
ง. 28 คน

23. ใครเป็นรองประธานคนที่ 1 ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
ก. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ
ง. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

24. ใครเป็นรองประธานคนที่ 2 ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
ก. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ค. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคนพิการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ง. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคนพิการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

25. ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
ก. เลขาธิการสภา
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ค. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. อธิบดีกรมการแพทย์

26.ข้อใด มีหน้าที่ดำเนินการจัดการเรียนร่วม การนิเทศ กำกับ ติดตาม เพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. สำนักงานการศึกษาพิเศษ
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

27. ใครเป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาพิเศษ

28.พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ก. 11 มกราคม 2550
ข. 12 มกราคม 2550
ค. 11 มกราคม 2551
ง. 12 มกราคม 2551

29.พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ไม่บังคับใช้ในข้อใด
ก. สถานศึกษาที่มีนักเรียนรวมกันไม่เกิน 7 คน
ข. สถานศึกษาที่มีนักเรียนรวมกันไม่เกิน 8 คน
ค. สถานศึกษาที่มีนักเรียนรวมกันไม่เกิน 9 คน
ง. สถานศึกษาที่มีนักเรียนรวมกันไม่เกิน 10 คน

30. ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน

31. สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนสังกัดหน่วยงานใด
ก. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานสภาการศึกษา
ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง

32. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชนให้มีกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มขึ้นอีกกี่คน
ก. 1 คน
ข. 2 คน
ค. 3 คน
ง. 4 คน

33. รายการข้อที่ 1 ของตราสารจัดตั้งโรงเรียนเอกชน คือ
ก. ชื่อ ประเภท ระดับ ของโรงเรียนในระบบ
ข. วัตถุประสงค์
ค. รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน ที่ตั้ง
ง. เงินทุนและทรัพย์สินที่ใช้ในการจัดตั้ง

34. ข้อใดไม่ใช่รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนเอกชนในระบบ
ก. โครงการและแผนการดำเนินงาน
ข. หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการศึกษา
ค. อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น
ง. เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการทุกข้อ

35.ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบที่เป็นบุคคลธรรมดา
ก. เชื้อชาติไทย
ข. อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
ค. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
ง. เป็นคุณสมบัติทุกข้อ

36.ผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการของโรงเรียนในระบบในแต่ละปีให้จัดสรรเข้ากองทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าใด
ก. ร้อยละ 10
ข. ร้อยละ 20
ค. ร้อยละ 30
ง. ร้อยละ 40

37. โรงเรียนในระบบห้ามหยุดสอนติดต่อกันเกินกี่วัน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ก. 3 วัน
ข. 5 วัน
ค. 7 วัน
ง. 15 วัน

38.กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตายหรือเป็นคนสาบสูญ ทายาทสามารถยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายในกี่วัน
ก. 30 วัน
ข. 60 วัน
ค. 90 วัน
ง. 120 วัน

39.การจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษอย่างไร
ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

40.การเปลี่ยนแปลงรายการตราสารจัดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต มีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ข. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ค. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

41.การกระทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า เป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ข. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ค. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

42.การปลอมแปลงเอกสารใบรับรองผลการเรียนของนักเรียนโรงเรียนเอกชน มีโทษอย่างไร
ก. จำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000บาทถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุก 1- 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000บาทถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000บาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุก 1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000บาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

43.หากผู้กระทำผิดตามข้อ 42 เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ให้เพิ่มโทษกี่เท่า
ก. 1 เท่า
ข. 2 เท่า
ค. 3 เท่า
ง. 4 เท่า

44.โรงเรียนเอกชนใดไม่จัดทำเอกสารการเรียนการสอนเป็นภาษาไทย มีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ข. ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ค. ปรับไม่เกิน 30,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

45. การยอมให้ผู้อื่นกระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ มีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ข. ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ค. ปรับไม่เกิน 300,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

46.การหยุดเรียนเกินกว่าที่กำหนดตามข้อ 37 โดยไม่แจ้งผู้อนุญาตทราบ มีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ข. ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ค. ปรับไม่เกิน 30,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

47.เมื่อมีคำสั่งให้ควบคุมโรงเรียน ผู้รับอนุญาตไม่ส่งมอบทรัพย์สินต่อคณะกรรมการภายใน 7 วัน มีโทษอย่างไร
ก. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทและปรับอีกวันละหนึ่งพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน
ข. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทและปรับอีกวันละห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน
ค. ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทและปรับอีกวันละหนึ่งพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน
ง. ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทและปรับอีกวันละห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน

48.อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ ฉบับละกี่บาท
ก. 2,000 บาท
ข. 3,000 บาท
ค. 4,000 บาท
ง. 5,000 บาท

49.อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ฉบับละกี่บาท
ก. 2,000 บาท
ข. 3,000 บาท
ค. 4,000 บาท
ง. 5,000 บาท

50.อัตราค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ ฉบับละกี่บาท
ก. 200 บาท
ข. 300 บาท
ค. 400 บาท
. 500 บาท

ข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546

1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้วันใด
ก. 1 กรกฏาคม 2546
ข. 6 กรกฏาคม 2546
ค. 7 กรกฏาคม 2546
ง. 8 กรกฏาคม 2546

2. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น 3 ส่วนคือข้อใด
ก. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา
ข. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
ค. ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน
ง. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

3. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษา
ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ
ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา
ค. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา

4.การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการไม่คำนึงถึงข้อใด
ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ
ข. ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ
ค. เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ง. คุณภาพงาน

5. บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องดำเนินการตาม พรบ. นี้คือข้อใด
ก. อำนาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ
ข. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งและหน่วยงาน
ค. บรรจุแต่งตั้งข้าราชการ
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

6. ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
ก. ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานปลัดกระทรวง
ค. สำนักงานรัฐมนตรี
ง. ถูกทุกข้อ ก และ ข

7. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา
ก. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง
ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคัดเลือก
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ

8. คณะกรรมการชุดใดที่กำหนดตำแหน่งประธานกรรมการไว้ใน พรบ. นี้
ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา

9. ใครทำหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานมอบหมาย
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

10. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการการเมือง
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการรัฐมนตรี
ค. รองเลขาธิการรัฐมนตรี
ง. ข้อ ข และ ค ถูก

11. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. นิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อ การปรับปรุง
ข. ตรวจราชการ
ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย
ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ

12. หน่วยงานระดับใดสามารถมีผู้ตรวจราชการได้
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเท่ากรม
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

13. ข้อใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผล ระดับนโยบาย
ข. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผล นโยบายตามภารกิจ
ค. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลการบริหารและการดำเนินงาน
ง. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลตามมติคณะรัฐมนตรี

14. ข้อใด คือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา
ข. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการ จัดการศึกษา
ค. ประสานส่งเสริมการจัดการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

15. ในกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการ ศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด
ก. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

16. หน่วยงานอื่นสามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใดได้บ้าง หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดได้
ก. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย
ข. การจัดการศึกษาสำหรับคนที่มีความสามารถ พิเศษ
ค. การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความบกพร่อง ทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ
ง. ถูกทุกข้อ

17. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานรองจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ
ค. ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ข้อ ก และ ข

18. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิ การ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

19. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คำนึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด
ก. จำนวนนักเรียน
ข. ปริมาณสถานศึกษา
ค. จำนวนประชากร
ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น

20. ใครมีอำนาจประกาศกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำยินยอมของสภาการศึกษา
ง. คณะรัฐมนตรี

21. ในกรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผู้กำหนดให้เขตพื้นที่การ ศึกษาสามารถขยายบริการการศึกษาออกไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

22. ข้อใด คือการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา
ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

23. การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ระเบียบ
ค. ประกาศกระทรวง
ง. ระเบียบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

24. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดำเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
ง. ระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

25. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ก.โรงเรียน
ข. สถานพัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์การเรียน
ง. ถูกทุกข้อ

26. ผู้แทนจากกลุ่มบุคคลใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ข. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู
ง. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา

27. บุคคลที่ทำหน้าที่ในการกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา คือข้อใด
ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ต่ำกว่าปริญญา
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

28. อำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษา กำหนดไว้ในมาตราใดของ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. มาตรา 38
ข. มาตรา 39
ค. มาตรา 40
ง. มาตรา 41

29. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษา
ก. บริหารกิจการของสถานศึกษา
ข. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา
ค. อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถาน ศึกษาตามที่คณะกรรมการสถานศึกษากำหนด
ง. ทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถาน ศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

30. องค์กรบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ก.ค.
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.ม.
ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศึกษา

31. ข้อใด คือบทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา
ก. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถาน ศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาอุดมศึกษา
ข. ประสานงานการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษาจัดการศึกษาอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน
ค. เสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

32. การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไป กระจายให้กับใคร
ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สถานศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

33. ข้อใดคือการกระจายอำนาจในการบริหารการศึกษา
ก. อำนาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ
ข. หลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ
ค. การพัฒนาและดำเนินการทางวินัยครูและ บุคลากรทางการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

34. การปฏิบัติราชการแทนให้ดำเนินการโดยวิธีใด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การมอบอำนาจ
ค. การแบ่งอำนาจ
ง. การกระจายอำนาจ และการมอบอำนาจ

35. หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมอบอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ตนรับผิดชอบให้กับบุคคลใด
ก. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับสถานศึกษา
ง. ข้อ ก และ ข

36. บุคคลใดไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นได้
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. เลขาธิการมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ง. ผู้อำนวยการสถานศึกษามอบอำนาจให้คณะกรรมการสถานศึกษา

37. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถมอบอำนาจให้บุคคลใดได้บ้าง
ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ข. หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในเขตฯ
ค. ข้าราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ

38. การมอบอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาให้ทำโดยวิธีการใด
ก. ทำเป็นคำสั่ง
ข. ทำเป็นหนังสือ
ค. ทำเป็นลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกทุกข้อ

39. ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ดำเนินการตามข้อใด
ก. การรักษาราชการแทน
ข. การปฏิบัติหน้าที่แทน
ค. การปฏิบัติราชการแทน
ง. การรักษาการในตำแหน่ง

40. การมอบอำนาจให้บุคคลใดที่บุคคลนั้นสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นต่อไปได้
ก. การมอบอำนาจให้เลขาธิการ
ข. การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. การมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา
ง. การมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา

41. ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบอำนาจต่อให้บุคคลใดจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอำนาจขั้นต้นก่อน
ก. รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. บุคคลอื่น
ง. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดและบุคคลอื่น

42. ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และมีรัฐมนตรีช่วยหลายคน ใครเป็นผู้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. รมต.ศธ.โดยความเห็นชอบของ ครม.

43. ในกรณีที่มีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายคน ใครเป็นผู้แต่งตั้งให้รองฯคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

44. ในกรณีที่ไม่มีรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ง. ข้อ ข และ ค

45. ให้โอนบรรดา อำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน อัตรากำลัง ข้าราชการ ลูกจ้างและงบประมาณของหน่วยงานใดเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น ฐาน
ก.สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ
ข.กรมสามัญศึกษาและกรมวิชาการ
ค.สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด อำเภอ
ง.ถูกทุกข้อ

46.ข้าราชการหน่วยงานใด ที่ต้องโอนไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ
ข. กรมวิชาการ
ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
ง. ถูกทุกข้อ

47. อ.ก.ค.ใด ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ถึงแม้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการมีผลบังคับใช้แล้ว
ก. อ.ก.ค. กรมวิชาการ
ข. อ.ก.ค. กรมสามัญศึกษา
ค. อ.ก.ค. กรมอาชีวะศึกษา
ง. อ.ก.ค.สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ

48. การกำหนดและการเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษาตามบทเฉพาะการเป็นอำนาจหน้าที่ของใคร
ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. นายกรัฐมนตรี
ค.เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

49. ใครมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษา
ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำยินยอมของคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
ค.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำ แนะนำของสภาการศึกษาแห่งชาติ
ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำ ยินยอมของสภาการศึกษาแห่งชาติ

50. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา ธิการ พ.ศ. 2546 มีกี่หมวดและกี่มาตรา
ก.4 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
ข.5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 82 มาตรา
ค.9 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 78 มาตรา
ง.9 หมวด รวม 140 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

เฉลยข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546

1.ค
2.ข
3.ค
4.ค
5.ง
6.ง
7.ค
8.ก
9.ก
10.ข
11.ง
12.ง
13.ค
14.ง
15.ก
16.ง
17.ง
18.ข
19.ก
20.ข
21.ค
22.ง
23.ค
24.ค
25.ก
26.ง
27.ง
28.ข
29.ค
30.ค
31.ง
32.ง
33.ง
34.ง
35.ง
36.ง
37.ง
38.ข
39.ก
40.ข
41.ค
42.ข
43.ค
44.ข
45.ง
46.ง
47.ง
48.ง
49.ก
50.ข


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ ครู  ศรช  ครู กศน ภาค ข.
ที่ใช้สอบทั่วประเทศ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
วิชาที่ใช้สอบ แนวข้อสอบ ครู  ศรช  ครู กศน ภาค ข.
-  การพัฒนาหลักสูตรการสอน  
 -  การจัดการเรียนรู้ 
-  จิตวิทยาสำหรับครู 
-  การวัดและการประเมินผล 
-  การบริหารจัดการในห้องเรียน 
-  การวิจัยทางการศึกษา 
-  นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา 
- แนวข้อสอบนโยบายการศึกษา กศน.

- แนวข้อสอบหลักสูตรนอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
- เหตุการณ์ปัจจุบัน ด้านสังคม  ด้านการเมืองการปกครอง   ด้านเศรษฐกิจ    

สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท
รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก และข้อสอบที่จะออก ปี 2556
ส่งทางอีเมล์เป็นไฟเอกสาร
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่ โทร 081-0477807 (ครูนก)
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท 
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ  เลขที่บัญชี 409-0-84237-9 ธ.กรุงไทย 
 สาขา มหาสารคาม ประเภท ออมทรัพย์ ชื่อบัญชี วิมล พระกาย 
โอนเงินแล้วแจ้งที่  nokkaten_maree@hotmail.com



admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

ข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 (อีกชุด)

1. อำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ในกฎหมายฉบับใด
ก. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
ข. พรบ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม พ.ศ. 2545
ค. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ข้อ ก และ ข
เฉลย ค

2. ข้อใด คืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. จัดการศึกษา
ข. บำรุงศาสนา
ค. สืบสานศิลปวัฒนธรรม
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

3. การจัดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการจัดได้เป็น 3 ส่วนคือข้อใด
ก. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษา
ข. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. ส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาของรัฐระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
เฉลย ง

4. การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการให้คำนึงถึงข้อใด
ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ
ข. ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ และคุณภาพงาน
ค. เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง
เฉลย ง

5. บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องดำเนินการตาม พรบ. นี้คือข้อใด
ก. อำนาจในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ
ข. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งและหน่วยงาน
ค. บรรจุแต่งตั้งข้าราชการ
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
เฉลย ง

6. ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
ก. ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานรัฐมนตรี
ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

7. ส่วนราชการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อใดที่ไม่เป็นนิติบุคคล
ก. สำนักงานรัฐมนตรี
ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เฉลย ก

8. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ก

9. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษา
ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ
ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษา
ค. ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา
เฉลย ค

10. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา
ก. คณะกรรมการสภาคัดเลือกกันเอง
ข. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคัดเลือก
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ
เฉลย ค

11. คณะกรรมการชุดใดที่กำหนดตำแหน่งประธานกรรมการไว้ใน พรบ. นี้
ก. คณะกรรมการสภาการศึกษา
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เฉลย ก

12. ใครทำหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานมอบหมาย
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
เฉลย ง

13. บุคคลใดต่อไปนี้เป็นข้าราชการการเมือง
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการรัฐมนตรี
ค. รองเลขาธิการรัฐมนตรี
ง. ข้อ ข และ ค ถูก
เฉลย ง

14. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. นิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อ การปรับปรุง
ข. ตรวจราชการ
ค. ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย
ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ
เฉลย ง

15. หน่วยงานระดับใดสามารถมีผู้ตรวจราชการได้
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเท่ากรม
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

16. ข้อใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบาย
ข. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย ติดตามและประเมินผลนโยบายตามภารกิจ
ค. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลการบริหารและการดำเนินงาน
ง. ศึกษา วิเคราะห์วิจัย นิเทศติดตามและประเมิน ผลตามมติคณะรัฐมนตรี
เฉลย ค

17. ข้อใด คือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา
ข. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการจัดการศึกษา
ค. ประสานส่งเสริมการจัดการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

18. ในกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่อาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการ ศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาได้หน่วยงานใดจะเป็นผู้จัด
ก. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เฉลย ก

19. หน่วยงานอื่นสามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใดได้บ้าง หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถจัดได้
ก. การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย
ข. การจัดการศึกษาสำหรับคนที่มีความสามารถ พิเศษ
ค. การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความบกพร่อง ทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคมการสื่อสารและการเรียนรู้หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

20. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานรองจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ
ค. ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ข้อ ก และ ข
เฉลย ง

21. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิ การ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เฉลย ง

22. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คำนึงถึงสิ่งใดน้อยที่สุด
ก. ปริมาณสถานศึกษา
ข. จำนวนนักเรียน
ค. จำนวนประชากร
ง. วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่น
เฉลย ข

23. ใครมีอำนาจประกาศกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำยินยอมของสภาการศึกษา
ง. คณะรัฐมนตรี
เฉลย ข

24. ในกรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผู้กำหนดให้เขตพื้นที่การ ศึกษาสามารถขยายบริการการศึกษาออกไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
เฉลย ง

25. ข้อใด คือการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา
ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
เฉลย ง

26. การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ระเบียบ
ค. ประกาศกระทรวง
ง. ระเบียบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
เฉลย ก

27. การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดำเนินการตามข้อใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
ง. ระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
เฉลย ค

28. สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ก. โรงเรียน
ข. สถานพัฒนาเด็กเล็ก
ค. ศูนย์การเรียน
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ก

29. ผู้แทนจากกลุ่มบุคคลใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ข. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู
ง. ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา
เฉลย ง

30. บุคคลที่ทำหน้าที่ในการกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา คือข้อใด
ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

31. อำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษา กำหนดไว้ในมาตราใดของ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. มาตรา 38
ข. มาตรา 39
ค. มาตรา 40
ง. มาตรา 41
เฉลย ข

32. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษา
ก. บริหารกิจการของสถานศึกษา
ข. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา
ค. อนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษาตามที่คณะกรรมการสถานศึกษากำหนด
ง. ทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
เฉลย ค

33. องค์กรบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ก.ค.
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.ม.
ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศึกษา
เฉลย ค

34. ข้อใดคือบทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา
ก. เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาอุดมศึกษา
ข. ประสานงานการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษาจัดการศึกษาอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน
ค. เสนอการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

35. การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไป กระจายให้กับใคร
ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สถานศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

36. ข้อใดคือการกระจายอำนาจในการบริหารการศึกษา
ก. อำนาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับงบประมาณ
ข. หลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบ
ค. การพัฒนาและดำเนินการทางวินัยครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง

37. การปฏิบัติราชการแทนให้ดำเนินการโดยวิธีใด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การมอบอำนาจ
ค. การแบ่งอำนาจ
ง. การกระจายอำนาจ และการมอบอำนาจ
เฉลย ข

38. หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดมอบอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่ตนรับผิดชอบให้กับบุคคลใด
ก. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับสถานศึกษา
ง. ข้อ ก และ ข
เฉลย ง

39. บุคคลใดไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นได้
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. เลขาธิการมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ง. ผู้อำนวยการสถานศึกษามอบอำนาจให้ คณะกรรมการสถานศึกษา
เฉลย ง

40. หากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามอบอำนาจให้อาจารย์ 2 ระดับ 7 ปฏิบัติราชการแทนจะดำเนินการได้อย่างไร
ก. ได้ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข. ได้ตามที่ รมต. ศธ.กำหนด
ค. ได้ตามที่กฎกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
ง. ได้ตามที่ กฎ ก.ค.ศ.กำหนด
เฉลย ค
สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร.  081-0477807 (ครูนก)
nokkaten_maree@hotmail.com
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้